Praew's profile::: SnowBelL :::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
June 27 Driving (II)Driving (II)
........................................................................................................................
วันนี้ไปสอบใบขับขี่มา...แต่แวะเจอบทความดีๆ อีกแล้ว
เห็นกระแสจตุคามมาแรงเลยเดี๋ยวนี้... พอวันนี้แวะไปเยี่ยมเยียนเวบ คุณวินทร์ ก็เห็นว่าอัพเดทไม่แพ้กันเลยทีเดียว (^^) เห็นว่าเป็นบทความที่น่าสนใจ (อีกแล้ว...นักเขียนคนโปรดจริงๆ ^^) ก็เลยขออนุญาตคัดลอกลงในสเปซคับ
............................................................
จตุ-calm
กระแสความเชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเราทะยานทะลุเพดานแห่งเหตุผลอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ความเชื่อที่นำทางด้วยหลักการตลาดกับโฆษณาที่โหมกระหน่ำ สามารถทำให้คนประเภท "ไม่เชื่อไม่ลบหลู่" หันไปเชื่อตามได้ไม่ยาก
หลักการตลาดแบบนี้ก็คือ "ถ้าไม่ดีจริง คนทั้งบ้านทั้งเมืองคงไม่ดิ้นรนขวนขวายหา (ชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์) มาติดตัวหรอก" หรือ "ถ้าคนอื่นมี เราก็ต้องมี กันไว้ก่อน"
กระแสนี้ระบาดไปทุกแห่งหน ทั้งสถาบันครอบครัว กระทรวง ทบวง กรม โรงเรียน ผู้ที่ลอยล่องตามกระแสมีตั้งแต่คนยากจนหาเช้ากินค่ำ คนชั้นกลาง ครูบาอาจารย์ ไปจรถึงผู้มีอำนาจปกครองประเทศ เชี่ยวกรากจนคนที่ไม่เชื่อเริ่มหวั่นไหว
จะเสี่ยงไม่เชื่อดีหรือ? ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่ใช่เรื่องจริง ทำไมมองไปทางไหนใครๆ ก็เชื่อกันทั้งนั้น?
หยุดสักครู่! อย่าเพิ่งตื่นเต้น อย่าเพิ่งลอยไปตามกระแส และอย่าเพิ่งควักเงินออกจากกระเป๋าสตางค์ จง 'calm down' (สงบอารมณ์) ด้วยหลัก 'จตุ-calm' (หลักใจเย็นสี่ประการ) ก่อน
Calm 1 : อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ
Calm 2 : ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ได้ยิน
Calm 3 : วิเคราะห์ทุกเรื่องที่ได้ยินด้วยหลักเหตุผล
Calm 4 : ใช้ปัญญาในการแยกแยะความจริงออกจากความเท็จ
มองย้อนหลับไปยังรากเหง้าของเรา ปู่ย่าตายายของเราสร้างชาติสร้างแผ่นดินจนเป็นปึกแผ่นด้วยสองมือสองแขนและการทำงานหนัก ชาวจีนโพ้นทะเลในสมัยก่อนเดินทางเข้าเมืองไทยพร้อมเสื่อผืนหมอนใบ มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ทำงานหนักจนสร้างเนื้อสร้างตัวได้สำเร็จ
ปัจจุบันหาคนที่เชื่อในหลักการ 'เสื่อผืนหมอนใบ' ไม่ค่อยได้แล้ว ไม่มียุคสมัยใดที่คนบ้านเราขี้เกียจกันถึงขนาดนี้ ชอบรวยแต่ไม่ชอบทำงาน เมื่อไม่รวยก็อยากรวย พอรวยแล้วก็อยากรวยมากขึ้น ครั้นรวยมากแล้วก็อยากรวยแบบซูเปอร์รวย เป็นวงจรแห่งความอยากที่ไม่มีวันสิ้นสุด ไม่มีวันพอ หลายคนยุ่งกับการคิดจะรวยจนลืมใช้ชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย
ผู้คนที่ทำบุญในยุคก่อนมักอธิษฐานขอชีวิตที่ดีกว่าในชาติหน้า ปัจจุบันผู้คนไม่อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขึ้นสวรรค์ในชาติหน้า หากแต่ใจร้อนต้องการผลลัพธ์ในชาตินี้เลย ด้วยสโลแกนความรวยชนิดต่างๆ ให้เลือกตามใจชอบ ตั้งแต่รวยแสนรวยล้าน รวยแบบโคตรๆ รวยสุดขีด รวยมหารวย รวยยกกำลังสอง ไปจนถึงรวยแบบไม่มีเหตุผล ซึ่งล้วนเป็นการผสมพันธุ์กันระหว่างความโลภและความมืดบอดทางปัญญา นำทางด้วยหลักการตลาดแบบกำไรสูงสุด ผลลัพธ์ก็คือสังคมเต็มไปด้วยคนเขลาที่ยากจน
ใช่ คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาด และเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการล่อคนโง่ก็คือความโลภ
ยิ่งโลภก็ยิ่งจน จนทั้งใจ จนทั้งปัญญา
มีตัวอย่างมากมายที่คนรวยล้นฟ้าซึ่งสร้างตัวมาจากความโลภต้องล้มครืนเพียงเพราะคำว่า 'โลภ' คำเดียว
ครั้งหนึ่ง ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธองค์เห็นผู้คนพากันไปอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ด้วยเชื่อว่าเป็นทางขึ้นสวรรค์ พระองค์ตรัสเตือนสติว่า หากการชำระด้วยน้ำในแม่น้ำช่วยให้พ้นจากบาปกรรมได้จริงไซร้ พวกกบ เต่า งู จระเข้ และสัตว์ทั้งหลายที่หากินในน้ำก็คงพากันขึ้นสวรรค์กันแล้วเป็นแน่
พระตถาคตทรงสั่งสอนซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เราพึ่งตนเอง ปฏิเสธการอ้อนวอน 'สิ่งศักดิ์สิทธิ์' ทั้งหลาย เพราะไม่มีอำนาจใดสามารถช่วยคนที่งอมืองอตีนไม่ทำอะไรได้
พระองค์ทรงสอนให้เดินสายกลาง รู้จักสันโดษ ไม่โลภ อยู่อย่างพอเพียง และด้วยหลัก อัตตาหิ อัตโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน) มานานกว่าสองพันห้าร้อยปีแล้ว
อยากได้อะไรในชีวิตนี้ก็หามาได้ ถ้ายอมลงแรงลงใจทำงาน
อยากได้ของชิ้นใหญ่หน่อย ก็ลงแรงมากหน่อย แต่ไม่ไปทางลัด
ทำงานหนัก นอกจากจะ 'รวย' ทางกายแล้ว ยังรวยทางใจด้วย
มีอะไรน่าภูมิใจไปกว่าการที่เรายืนได้ด้วยสองขาของเราเอง?
วินทร์ เลียววาริณ
22 มิถุนายน 2550
............................................................
ไม่เคยยกมือสนับสนุนโครงการไหนของพระพยอมมากเท่า "จตุคำ" มาก่อนเลย
ด้วยพื้นฐานที่เราเป็นคนไม่เชื่ออยู่แล้ว เลยไม่คิดว่าความคิดของเราจะเป็นกลางเท่าไหร่ ก็คงขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ว่าเราก็ว่าต้องคิดกันตามหลักเหตุผลจริงๆ แหละ
อย่างเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง เราไม่ได้ลบหลู่ แต่คิดเอาเองว่ามันก็คงเป็นไปตามการกระทำของคนคนนั้นด้วย เหมือนที่ศาสนาคริสต์เค้าสอนประมาณว่าก่อนจะอ้อนวอนต่อพระเจ้า ให้ท่านช่วยเหลือตัวท่านเองก่อน แล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน หรืออะไรประมาณนี้แหละ (แหม...จบจากคอนแวนต์มาก็ 7-8 ปีได้แล้ว) อย่างเจอคนที่อยากสุขภาพแข็งแรง รวยๆ แต่ตกเย็นทำงานได้เท่าไหร่ลงขวดเหล้าหมด... นอกจากเงินไม่มี ทำลายสุขภาพแล้ว ยังได้แผลเพิ่ม หาเรื่องเสียเงินอีกตะหาก เพราะเมาแล้วก็พาลไปทั่ว โดนต่อยซะ
เฮ้อ...จะว่ากันเรื่องความเชื่อก็คงพูดกันยากเนอะ
แต่จตุคามนี่...สงสัยอยู่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ... มันเกลื่อนตลาดซะอย่างนี้แล้ว จะรู้ได้ไงว่าอันไหนจริง อันไหนปลอม แล้วเห็นปั๊มๆ กันออกจากโรงงานเลย รู้ได้ยังไงว่ามันไม่ได้ส่งตรงถึงมือเราเลย โดยไม่ผ่านการปลุกเสกอะไรเลยอ่ะ
พอๆ ... ทีแรกว่าจะมาเมาท์เรื่องวันนี้ซะหน่อย คือไปสอบใบขับขี่มาน่ะ แต่พอแวะเข้าไปอ่านบทความเลยอดไม่ได้...เดี๋ยวยาวๆ (ทำไมสเปซกรูยาวทุกวันเลยว้า??)
วันนี้ไปทดสอบมา... ตอนเช้าก็ทดสอบสมรรถภาพร่างกายปกติ มีทดสอบตาบอดสี (ตอบไม่ผิดหรอก แต่ไม่ทัน จิ้มไวเป็นบ้าเลย -_-") ทดสอบประสาทสัมผัส (แบบเหยียบคันเร่ง พอไฟแดงปุ๊บก็เบรก) ทดสอบความกว้าง (เค้าเปิดไฟเขียง เหลือง แดง ตรงหางตาเราน่ะ แล้วก็ให้บอกว่าสีอะไร แต่เรามองตรงนะ) ทดสอบความลึก (เขยิบแท่งไม้ในตู้ที่ตั้งไกลๆ หน่อย ให้เท่ากับแท่งที่เค้าตั้งอยู่แล้ว)
จากนั้นก็ฟังอบรม นานเท่าไหร่ไม่รู้ เพราะไม่มีนาฬิกา มือถือก็ฝากพี่ต๊ะไว้ ... และด้วยความน่าเบื่อ ก็หลับไปตามระเบียบคับผม >.<
แล้วก็สอบข้อเขียน... อันนี้เรื่อยๆ ถึงงงๆ ไม่รู้คำตอบ ก็ใช้วิธีตัดตัวเลือกเอา (ฮะฮ่า) แต่ที่ไปอึ้งน่ะ..มีข้อนึงถามว่าเราจะตรวจความตึงสายพานเครื่องยนต์ยังไง...เรานี่...อึ้งไปนาทีนึง คือ...พี่คับ สายพานมันอยู่ไหนหนูยังไม่รู้เล้ย... แล้วก็มีประมาณว่า ใบขับขี่หาย แจ้งในกี่วัน หรืออะไรประมาณนี้แหละ.... แต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี
ตึก ตัก ตึก ตัก... บ่ายโมง เริ่มสอบปฏิบัติแล้วคับ หน้าตาเราเฉยๆ ไร้อารมณ์เป็นปกติ แต่ตื่นเต้นฮะ (ขนาดพี่ที่ไปด้วยกันยังดูไม่ออกเลยว่าลนตั้งแต่เที่ยงแล้ว -____-") และแล้ว...ก็ตกไปซะสองครับ เอารถจอดเข้าข้างทางไม่ได้ เกยฟุตบาทไปซะงั้น เลยลนใหญ่เลย...พอเอารถเข้าซอง เลยพาลทำไม่ได้ด้วย ทั้งๆ ที่ปกติก็ไม่มีปัญหา...ประมาณว่าสติ สมาธิ กระเจิงไปหมดแล้วคับ
นัดอีกทีวันที่ 2 เริ่มทำงานที่ PwC พอดี... เฮ้อ ไปไม่ได้แน่ๆ คงต้องรอหลังจากนั้น อาจจะขอเข้างานสายซักวัน แต่คงรอผ่านอาทิตย์แรกของการทำงานไปก่อนล่ะ ระหว่างนี้ก็ขอขับไปเองเรื่อยๆ ก่อนแล้วกัน...
เฮ้ๆ เราไม่ได้ทำผิดกฎจราจรนา เพราะเรามีคนนั่งข้างไปด้วยตลอดจ้ะ ... สับเปลี่ยนกันไปเรื่อย แล้วแต่ใครว่างมาคุมเรามั่ง หุหุ
ที่ขำอีกอย่างวันนี้...พี่ที่สอนเราทั้งสองคน คนนึงไปเป็นเพื่อนเราอยู่แล้ว อีกคนไปทำเรื่องต่อใบขับขี่แล้วก็ทำธุระให้ที่ร้านพอดี ... เลยมีอาจารย์ยืนดูตั้งสองคนแน่ะ...แต่ลูกศิษย์ทำพี่ๆ ขายหน้าไปซะงั้นเลย ^^ ขอโทษน้า... คราวหน้าจะทำสมาธิให้ดีกว่าเดิมค่ะ
เฮ้อ...ตกลงแผนที่วางไว้ว่าอยากทำอะไรได้ก่อนเริ่มงาน สำหรับเรื่องขับรถ ก็จบลงที่ขับรถเป็นเท่านั้นเอง... ใบขับขี่ รอโอกาสเหมาะๆ ก่อน ... เดี๋ยวโดดงานมาสอบใหม่...ฮี่ๆ ^^
........................................................................................................................ Comments (2)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://snowbellstitch.spaces.live.com/blog/cns!486B1A686C60C514!1259.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|