Profil de Praew::: SnowBelL :::PhotosBlogListesPlus ![]() | Aide |
|
25 juin DrivingDriving
........................................................................................................................
ก่อนจะเมาท์เรื่องประสบการณ์หัดขับรถของตัวเองที่ผ่านมาในอาทิตย์ที่แล้ว เราได้ FWD เมล์
จาก แนน ที่ชอบใจเลยเอามาลงไว้ให้อ่านกัน (ถ้าไม่มีใครอ่าน ก็อ่านเอง จะลบเมล์ไง ไม่
อยากเก็บไว้เยอะๆ) แล้วก็เป็นผลงานอีกชิ้นของนักเขียนในดวงใจของเราคนเดิม ^^
............................................................
ในตอนจบวัน....
ผมมีประสบการณ์หาแพทย์ที่เพิ่งจบใหม่หลายครั้ง พบว่าบางทีค่ารักษากับหมอ ใหม่แพงกว่าหมอที่มีประสบการณ์ยาวนาน ทั้งที่ขัดกับหลักตรรกที่ว่า หมอที่ทำงาน ยาวนานน่าจะคิดค่ารักษาแพงกว่า เหตุผลก็เพราะว่า หมอจบใหม่บางคนเกิดอาการเกร็ง อาจเกิดความกลัววูบขึ้นมาว่า "จะเกิดอะไรขึ้นหากวินิจฉัยโรคพลาด?" เมื่อเกร็งก็เกิดความไม่แน่ใจ เพื่อความปลอดภัยต่ออาชีพของตนก็สั่งให้มี การทดสอบในห้องแล็บเพิ่มอีกหลายรายการ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคนไข้ท้องเสีย ก็สั่ง ตรวจดูว่าเกิดจากเชื้อโรคชนิดใด ทั้งที่คนไข้บอกว่าไม่ได้กินอาหารสกปรกอย่างแน่ นอน ผลตรวจที่ออกมาสรุปว่าท้องเสียไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค หากจากความเครียด เมื่อรวมค่าตัวของหมอใหม่ (ซึ่งไม่สูงนัก) กับค่าตรวจในแล็บและอื่นๆ รวมๆ แล้ว ก็มากกว่าที่คนไข้ควรจ่ายเมื่อรักษากับหมอที่มีประสบการณ์กว่า ครั้งหนึ่งผมเกิดอาการปวดหัวตึบๆ หมอใหม่ก็จัดการส่งผมไปสแกนสมอง ทั้งที่ผมรู้ว่า ไม่เป็นอะไรมาก "เพื่อความชัวร์" หมอว่า เมื่อเห็นใบเสร็จ ผมก็เกิดอาการปวดหัวกว่าเดิม
เพื่อนสถาปนิก-ผู้รับเหมาคนหนึ่งบอกผมว่า ในงานทุกชิ้นของเขา จะเจาะจงใช้ แต่ช่างชั้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช้ 'มือใหม่หัดขับ' เลย ทั้งที่ค่าแรงช่างเก่า แพงกว่า 2-3 เท่า "ทำไม?" ผมถาม เขายกตัวอย่างงานปูน ช่างปูนที่เพิ่งทำงานไม่นานค่าแรงต่อวันถูกมาก แต่ เนื่องจากยังอ่อนประสบการณ์ จึงใช้ปูนซิเมนต์เปลืองมาก ทุกครั้งที่ตักปูนมาก่อ กำแพงหรือฉาบ ปูนมักหล่นเรี่ยราด ส่วนที่ตักเกินมาก็ปาดทิ้ง กว่าจะจบงานหนึ่ง ชิ้น ต้องเสียปูนไปเกินจำเป็น ขณะที่ช่างที่เชี่ยวชาญใช้ปูนเท่าที่จำเป็นเพราะ แม่นงานกว่า เมื่อคิดรวมดูแล้ว ใช้ช่างเชี่ยวชาญถูกกว่าและได้งานที่ดีกว่า</FONT ในช่วงชีวิตของเรา ต้องพบกับการตัดสินเลือกของสองอย่างที่เลือกยาก ส่วนมากมัก มีเรื่องเงินทองมาเกี่ยว
คนส่วนมากเมื่อเจอกับการตัดสินใจดังกล่าวมักหนีไม่ค่อยพ้นสัจธรรมของ 'เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย'
ยกตัวอย่างเช่นเมื่อไปสมัครงานสองบริษัทและได้งานทั้งสองแห่ง แห่งหนึ่งให้เงินเดือนสูง แต่งานจำเจ อีกแห่งหนึ่งเงินเดือนต่ำกว่ามาก แต่งานท้าทาย
หลายคนเลือกเงินเดือนสูงไว้ก่อน เพราะมันทำให้รู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าของเรามากพอ ที่ยอมจ่ายมากๆ
ในชีวิตของเรายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องตัดสินใจเลือกไปทางซ้ายหรือทางขวา และเป็นการเลือกที่ยากเอาการ
จะเรียนคณะวิชาที่ทำเงินหรือคณะวิชาที่ชอบ? จะเลือกงานที่ให้เงินเดือนมากหรือเงินเดือน น้อย? จะเลือกผู้หญิงที่ความสวยหรือความเก่ง? ฯลฯ
ฝรั่งมีวลีหนึ่งที่ว่า at the end of the day หมายถึง การวัดผลในตอนจบ วัน เป็นการใช้ชีวิตโดยการมองภาพรวม จะลงทุนมากหรือน้อย จะทำงานใหญ่หรือเล็ก ไม่สำคัญเท่ากับว่า ในตอนจบวัน คุณเหลือเงินในกระเป๋าสตางค์เท่าไร แม่ค้าขายขนมครกที่ทำงานไปเรื่อยๆ ตลอดวันเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว อาจจะมี เงินในกระเป๋ามากกว่าเจ้าของร้านอาหารติดแอร์ฯ ที่ถึงแม้รายได้ต่อวันจะสูงกว่า มาก แต่ค่าโสหุ้ยก็สูงเช่นกัน บางทีเมื่อวัดกันที่ 'ในตอนจบวัน' อาจทำให้เราตัดสินใจหลายๆ เรื่องได้ ง่ายขึ้น ในตอนจบวัน แฟนคุณช่วยคุณสร้างเงินหรือถลุงเงิน? ในตอนจบวัน คุณเก่งกว่า เดิมหรือเปล่า? ในตอนจบวัน คุณมีความสุขมากกว่าความทุกข์หรือไม่? และในตอนจบวัน คุณรู้สึกว่าชีวิตในวันนั้นสูญเปล่าหรือไม่? วินทร์ เลียววาริณ ............................................................
จากที่บอกว่าจะหัดขับรถให้เป็นก่อนเริ่มงานที่ PwC ... ซึ่งมีเวลาเพียง 2 อาทิตย์ นี่ก็ผ่านไปอาทิตย์หนึ่งแล้ว เลยมารายงานผล...
เราเริ่มเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ไปที่ มธ.รังสิต เพราะว่าคราวที่แล้วไปแล้วเจอว่ามีลานกว้างๆ แถวๆ ริมรั่วด้านรังสิต ข้างๆ ตึก SMEs ที่ดูเหมาะมากมาย
(เราเคยหัดอยู่ "วันนึง" !!!)
เริ่มแรก "พี่ต๊ะ" ก็ให้เราลองวนๆ แถวๆ นั้นก่อน มันเป็นพื้นหินกรวด (เรียกงี้ป่าวไม่รู้นะ) แล้วไม่มีเส้นตีอะไรเลย แบบเป็นที่ว่างๆ แล้วก็มีต้นไม้เรียงเป็นแถวไว้เท่านั้นเอง วนได้ซักพัก พี่ก็ให้ออกไปข้างนอกสนาม (ก็ใน ม. แหละ) ก็วนไปเรื่อยๆ แรกๆ ยังไม่กล้าไปแถวโรงอาหารกลาง ได้แต่วนรอบๆ นอก
วันต่อมา...วนเหมือนเดิม แต่ขากลับ พี่เค้าให้ลองวนแถวบ้านดู ก็เลี้ยวเข้าเชื้อเพลิง วนออกแถวปีนัง เข้าบ้าน...ไม่มีอะไรมาก
วันที่สาม (พฤ.) พี่เปลี่ยนให้ขับตรงปั๊มเชลล์ตอนเลยฟิวเจอร์ฯ มาแล้ว แล้วก็ไปวนข้างใน มธ. เหมือนเดิม แต่ว่า...เริ่มเบื่อฮะ ขอพี่เค้าไปที่อื่นมั่ง (แหม...วันละ 4-5 ชม. ในมธ. ไม่สนุกนะ) พี่เค้าเลยพาออกไปตรงเชียงราก ขับไปเรื่อยๆ ได้ซักพัก (ไกลพอที่จะรู้ว่าไม่มีด่านแล้ว) แล้วก็เปลียนให้เราขับมั่ง... เราก็ไปเรื่อยๆ เลยฮะ เลยกลายเป็นว่าไปถึงอยุธยาแน่ะ ไม่กล้าบอกแม่ กลัวโดนดุ...หุหุ แต่ว่าไม่มีอะไรเท่าไหร่นะ แค่มีอุบัติเหตุรถขนแก้วล้มหรืออะไรซักอย่าง ถนนเลยเบียดมาเหลือเลนเดียวเท่านั้นเอง (ไปเบียดอยู่ข้างรถเทรลเลอร์คันเบ้ง ไม่กล้าไปไหนเลยฮะ ให้พี่เค้าไปก่อนเลย)
วันศุกร์... วันนี้เลยมาไกลหน่อย เข้าปั๊ม ESSO ที่เค้าบอกว่าใหญ่ที่สุดในโลกน่ะ ไปมธ. เอง แล้วก็วนไปเรื่อยๆ ... วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่ เพราะว่าต้องรีบไปสยามเอาของกับแนน เลยแค่วนในนั้น แล้วก็ลองไปฝึกถอยตรงลานจอดรถแถวหอ (ตลาดนัด) ดู...แต่พี่เค้าคอยบอกให้นะ วันนี้ขับกลับเอง ... ไปเรื่อยๆ จำทาง จำเลนไม่ได้หรอก พี่คอยบอกว่าต้องไปเลนไหน ทางไหน ไปสยาม...เลี้ยวเข้า แล้วจะจอดรอแนน แต่รถเยอะ เลยป๊อดฮะ เปลี่ยนกันกับพี่เค้า แล้วก็กลับบ้าน แต่แวะวนซะหน่อย ทางเดิมเลย
วันเสาร์...วันนี้รถในเมืองน้อยหน่อย เลยขอขับข้างใน เพราะตอนใช้จริงก็คงอยู่ในนี้แหละ ไปไหนมามั่ง นึกไม่ค่อยออกหรอก เท่าที่จำได้ก็มีสาธร วิทยุ ... (แค่นี้ที่จำได้ -___-") ขากลับ ฝนเริ่มลงเม็ด เลยรีบเข้าร้าน...โชคดี เพราะหลังจากนั้นฝนตกลงมาห่าใหญ่เลย ... วันนี้ที่โดนดุเรื่องใหญ่ๆ เลยคือเรื่องเส้นทางคับ เพราะจำไม่ได้เลย แบบว่า...แค่ขับอย่างเดียวก็เครียดแล้ว เลยไมได้จำอะไรทั้งนั้น เอาแค่รอดไปเป็นช่วงๆ ... แล้วก็คอยถามว่า "เลนนี้นะ" "เลี้ยวไหม" "เดี๋ยวไปไหนต่อ" -_____-
วันอาทิตย์...พี่ต๊ะหยุด เลยช่วยงานที่ร้านไปเรื่อย พอช่วงบ่ายที่ "พี่อ้วน" เค้าต้องไปแมคโครเปลี่ยนของที่ซื้อผิด เราเลยได้โอกาส ขอขับรถไปส่ง (พูดจาดูดี๊-ดี -___-") แล้วก็ขออนุญาตน้าเราให้พี่เค้าฝึกให้เราต่อเลย ก็วนไปทางคล้ายๆ เมื่อวาน แต่วันนี้ไปขึ้นสะพานวงแหวนนิคมอุตสาหกรรม หรืออะไรประมาณนี้ด้วย แล้วก็ไปลาซาล (ทางลงสะพานที่ต้องโค้งเยอะๆ สนุกมากเลยฮะ...เรานี่...เบี้ยวไปมาตลอด ดีที่รถน้อยนะเนี่ย ^^ - ถ้ารถเยอะคงไม่เล่นด้วยหรอก)
จากการฝึกมา 6 วัน...พบว่า ... เรามีประสาทสัมผัสที่ช้ามากกกกฮะ ไม่ว่าจะเป็นการคืนพวงมาลัย เปลี่ยนเบรก-คันเร่ง รวมถึงการแยกซ้าย-ขวา นอกจากนั้นยังทำให้ยืนยันได้ว่าเรากลัวการเข้าใกล้รถคันใหญ่ (รถเมล์สำหรับเราก็ใหญ่แล้วนะ) ไม่ใช่แค่ตอนขับนะ ตอนนั่งก็ด้วย เพียงแต่ไม่เคยบอกใคร เพราะไม่แน่ใจเท่าไหร่ พอได้ขับเอง...มั่นใจเลยว่า..."กูกลัว!!"
เคยสงสัยมานานแล้วว่า เราเป็นคนที่ใช้เวลาพอควรเลยที่จะแยก ซ้าย-ขวา แต่ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ต้องตัดสินใจทันที เลยไม่รู้สึกเป็นเรื่องใหญ่อะไร จนกระทั่งมาหัดขับรถ เพราะว่าเวลาพี่ทั้งสองคนเค้าบอกเราเบียดขวามากไป เราก็จะนึกว่าด้านซ้าย เลยกลายเป็นว่าเรายิ่งเบียดไปทางขวาอีก หรือเค้าบอกว่า เข้าเลนขวาเตรียมเลี้ยว เราดันเปิดไฟเลี้ยวซ้ายซะงั้น (ไม่ได้เปิดไฟผิดนะ แต่เข้าใจผิดด้าน)
ยังงงๆ กับตัวเองอยู่เหมือนกัน...
อีกอย่างคือ...การมองกระจก...ซึ่งเรา(หวัง)ว่าเราคงดีขึ้น เมื่อเรามีประสบการณ์มากกว่านี้
ส่วนเรื่องเหยียบเบรก...พยาย้าม-พยายามที่จะเบรกให้นุ่มๆ เพราะถ้าขับเป็น อยากพาผู้ใหญ่ที่บ้านไปเที่ยว...ขับกระชากๆ เค้าคงเมารถแย่ กลัวอีกต่างหาก เลยต้องฝึกให้เป็นนิสัยไว้ แต่ด้วยความที่ประสาทเราช้า...กว่าจะรู้ว่าควรเบรก แล้วต้องค่อยๆ เหยียบให้นุ่มๆ เดี๋ยวจะไปชนเค้าซะก่อน -_____-" เราก็เลยแก้โดย...เหยียบมันล่วงหน้าไกลๆ ซะเลย... ใครจะว่ายังไงก็ช่าง ปลอดภัยไว้ก่อน
อีกอย่าง...เราว่าถ้าอยู่ในเมืองนะ ถ้าเราขับรถเป็นเราคงใจกว้างน่าดูเลย... อยากแซง...เชิญครับ... ขับช้า ชิดซ้าย...ตลอด ... เอ่อ ไม่สิ รองซ้ายแล้วกัน เพราะด้านซ้ายรถจอดเยอะ... เรื่องปาด...ไม่มีตั้งใจ ยกเว้นแต่...ไม่สามารถเปลี่ยนเลนให้เป็นผู้เป็นคนกับเค้าได้ ขับเรื่อยๆ ฮะ ไม่รีบ ยังไงก็ถึง...
ตัวเองน่ะไม่เท่าไหร่ เพราะถ้าจะเกิดอะไร ก็เราทำเอง ... สมน้ำหน้าตัวเอง แต่คนที่นั่งมาด้วย จะมาเจ็บ ถลอก ขาหัก แขนหัก หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต...ไม่ยอม
แต่ตอนนี้...เสียวๆ อยู่เหมือนกัน เพราะระหว่างฝึกเราว่า...พี่เค้าก็คงหายใจไม่ทั่วท้องนัก เหอะๆ
ไปดูดีกว่าว่าพี่เข้าร้านหรือยัง...จะไปเล่นต่อ (เห่อของใหม่ๆ) ^^
........................................................................................................................
Commentaires (1)Pour ajouter un commentaire, connectez-vous avec votre identifiant Windows Live ID (si vous utilisez Messenger ou Xbox LIVE, vous avez un identifiant Windows Live ID). Connectez-vous Vous n'avez pas d'identifiant Windows Live ID ? Inscrivez-vous
RétroliensL'URL de rétrolien de ce billet est : http://snowbellstitch.spaces.live.com/blog/cns!486B1A686C60C514!1257.trak Blogs Web qui font référence à ce billet
|
|
|