Praew's profile::: SnowBelL :::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
September 27 จังหวะ...
September 24 Wanna C U ...
September 23 โคด...ซวย !!!
September 20 ยินดีด้วยค่ะ (ช้าไปรึเปล่า??)
September 19 ไหลไปเรื่อย...แหะๆ
September 18 อยากมอง
September 12 HBD...
September 10 Get Well Soon!!Get Well Soon ^^
ขอเล่าเรื่องย้อนหน่อยนะ...
เมื่อวันศุกร์... ระหว่างนั่ง Taxi ไปสยาม...
ตรงโลตัสที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน ตรงที่จะเข้าสนามกีฬาฯ ไปสยามอ่ะค่ะ เห็นอุบัติเหตุเกิดขึ้น... รู้ได้ไงน่ะเหรอ??...
ไม่ยากๆ... "ไทยมุง" ไง ^^
เห็นพี่ที่เราคิดว่าเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์นอนอยู่
คิดว่ายังมีสตินะ แต่ว่านอนนิ่งเลย เห็นเอาอะไรพันคอไว้ด้วย
เหมือนตอนที่หมอทำเวลาคอเคล็ดอ่ะ
จะได้หันไม่ได้
เห็นแล้ว...
อย่างแรกเลยคือต้องยอมรับตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น
หรืออีกนัยหนึ่งคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเค้าน่ะนะ
เราก็มองๆ ก่อนว่าเกิดไรขึ้นวะ...
(มิน่า...เกิดอุบัติเหตุทีไรรถติดทุกที...ชะลอดูกันทั้งนั้น -_-'')
แต่ความคิดต่อมาคือ...
สงสารเค้าเนอะ...
เพราะเราไม่รู้ว่าเหตุกาณ์เป็นยังไง...
เราเลยคิดตามภาพที่เราเห็นขณะนั้น...
สงสารเค้านะ เพราะเท่าทีดูแล้วอายุอานามก็ไม่น่าจะมาก...
ไม่น่าเกิน 30 มั้ง...
แล้วก็กำลังอยู่ช่วงทำมาหากินแน่ๆ...
ถ้าเจ็บป่วยไปแล้วจะทำยังไง...
ไหนจะค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถ
แล้วถ้าเค้ามีลูกมีเต้า มีพ่อแม่ ครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูล่ะ
คนพวกนี้จะเดือดร้อนขนาดไหนถ้าเค้าทำงานไม่ได้
แล้วถ้าร้ายแรงไปกว่านั้น...
ถ้าเค้าเจ็บหนัก...พิการ หรือแม้กระทั่งเสียชีวิตล่ะ
คนข้างหลังเค้าจะเป็นยังไง จะอยู่กันยังไง
เห็นแล้วสงสาร...เศร้าใจนะ...
รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุที่ควบคุมไม่ได้
และไม่มีใครอยากให้เกิด
แต่...เราก็ป้องกันให้มันสุดความสามารถเราได้นะ
จะได้ไม่มาเสียใจทีหลัง
สงสารคนข้างหลังเค้าเนอะ
สงสารตัวเองด้วย...เสียเวลาไปนอนโรงพยาบาลเปล่าๆ
ยังไงก็หายเร็วๆ นะคะ คุณคนแปลกหน้า
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ไปรับน้องมา 2 วัน 1 คืน...
ได้เจอเรื่องใหม่ๆ ในชีวิตหลายอย่างเลย
แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะแยะ...
อย่างนึงที่รู้แน่ๆ คือ...
เราไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะเกิดมาในยุคนี้
เพราะเรารับเรื่องหลายๆ อย่างไม่ได้
โดยเฉพาะเรื่องที่เค้าว่ากันว่าทันสมัย เป็นไปตามพวกฝรั่งมังค่า
แต่เรากลับเห็นว่าลืมเรื่องความเหมาะสม และสิ่งดีๆ ของไทยไปซะแล้ว
เราควรไปโผล่แถวๆ ยุคแม่เรา -_-''
แต่ก็ไม่ดีอีก ... ดันเป็นผู้หญิง
ไม่อยากบ่นเรื่องรับน้องละเอียด...
เพราะส่วนนึงมันก็คือเพื่อน น้อง พี่เรา...
แค่...ไม่ชอบ...รับไม่ได้...
แต่...มันก็ไม่ได้เดือดร้อนไรเราหรอกนะ...
พูดมาเดี๋ยวยิ่งดูแก่เข้าไปใหญ่ -_-''
แต่สิ่งใหม่ที่ได้เจอคือ...
ได้คุยกับคนเมา...
สาบานเลยว่าเท่าที่จำได้ ชีวิตนี้ไม่เคยคุยกับคนเมา
เคยเห็นแต่คนเมาไกลๆ ไม่เคยเห็นต่อหน้าต่อตากันซะที
...ดี รึ ไม่ดี เนี่ย ???...
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ไปนอนแล้วดีกว่า...
ปวดหัวมากมาย...
นอนน้อย แล้วเมาอีกตะหาก...
ไม่ได้กินๆ...
แต่กลิ่นแรงจัด...
แค่ได้กลิ่นก็มึนแล้ว -_-''
dsf September 08 My Confession...My ConFession...
September 07 Season ChangeSeason Change หากเปรียบกับชีวิตของคน... เมื่อยามสุขล้นจนใจมันยั้งไม่อยู่... ไม่ได้มาพร่ำเพ้ออะไรกับเรื่อง "เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย" หรอกนะ วันนี้เพื่อนโทรมาหา...ไม่ได้คุยกันมาตั้งนาน... โทรมาด้วยเรื่องเดิมแหละ... "ความรัก" แต่ประเด็นของเราเนี่ย...มันอยู่ที่ว่า... แต่เพื่อนเรามันก็มีข้ออ้างหลายอย่างน่ะนะ...ไปเรื่อยๆ... แต่เรากลับคิดว่า... ที่ไม่ชอบใจก็คือ...
วันนี้มี Road Show ของ PwC ที่มหา'ลัย... แต่ยังไง้-ยังไง... ส่วน PwC น่ะนะ... เอ...หรือเพื่อนเรามันจะเข้ากรณีนี้... -=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=- September 05 Something Wrong??Something Wrong??
วันนี้...ต้องบอกว่าช่วงนี้มากกว่า...รู้สึกแปลกๆ...
หลายๆ เรื่อง...
บางทีก็เหมือนรู้สึกว่าตัวเองกลับไปเป็นเด็กอีก...
เด็กที่ชอบหวงของเล่น...
เล่นกะคนอื่นด้วยกันได้นะ...
แต่ถ้าเอาของของเราไปเล่น...มากกว่าที่เราเล่น...
ยอมไม่ได้ >.<
บางทีก็รู้สึกเหมือนคนแก่...
คิดอะไรจริงจังไปรึเปล่า??
ชีวิตตึงไปนิดมั้ย??
แต่ที่เหมือนคนแก่แน่ๆ...
คือเรื่องสุขภาพ...
อย่างที่บอกไว้...เจ็บนู่น ปวดนี่ เป็นระยะๆ...
ไม่ได้ปวดเมื่อยแบบคนแก่นะ...
แต่...แบบ...บอกไม่ถูก...
ไม่ได้คิดมากรึวิตกจริตอะไรหรอกนะ
(เพราะไม่เคยใส่ใจอะไรอยู่แล้ว --'')
แต่เหมือนๆ มันจะต้องเป็นอะไรซักอย่าง
ว่างๆ เดี๋ยวจะไปตรวจร่างกายดูซะหน่อย
ใช้งานมันหนักเกินไปจริงๆ -_-''
(ขอโทษทีนะ T^T)
กลัวว่าจะเข้าอีหรอบแบบสปอตวิทยุอ่ะจิ...
ไม่ว่างๆ ... เดี๋ยวไปๆ ... พรุ่งนี้ละกัน...
เดี๋ยวต้องพึ่งพญาไทคอลเซ็นเตอร์แน่ๆ
(ชื่อนี้ป่าววะ... ถ้าใช่... ขอค่าโฆษณาด้วยจิ ^^)
บางทีก็สับสนในความคิดตัวเอง...
บอกไม่ถูก...
(จะบอกถูกซักเรื่องมะนี่???)
อย่างสมมติเราไม่ชอบอะไรซักอย่าง...
แต่ก็รู้สึกไม่ดีถ้าจะไม่ชอบมัน...
พยายามจะชอบ...แต่ก็แปลกๆ...
แต่ไอ้บางอย่างที่ชอบ...
พยายามที่จะไม่ชอบ...แต่ก็แปลกๆ...(อีกละ)
งงมะ?? ไม่ต้องห่วง...เรายังงงเลย...
บอกแล้วว่าแปลกๆ...
แต่ที่แปลกที่สุดก็ความคิดตัวเองนี่ล่ะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีสมาธิเลย
ทำอะไรไม่ค่อยได้นาน...
ยิ่งถ้าเทียบกับตอนเด็กๆ แล้ว...
ไม่ต้องพูดถึง...
นั่งเรียนซักพักก็แย่แล้ว...
ไม่ต้องถามถึงเรื่องอ่านหนังสือและคะแนนสอบ...
ดีว่าเทอมหน้าเรียนไม่กี่วัน...
ไว้ว่างๆ ขึ้นเชียงใหม่ไปสำรวจสถานที่ก่อน...
เผื่อเทอมหน้าจะหาโอกาสขึ้นเหนือ...
เข้าวัดเข้าวาซะหน่อย...
นอกจากจะไปฝึกสมาธิแล้ว...
จะไปฟื้นฟูศรัทธาตัวเองด้วย...
เดี๋ยวนี้เจอแต่เรื่องแย่ๆ...(ที่เกี่ยวกับผ้าเหลืองอ่ะนะ)
เลยพาลทำเอาเราเสื่อมศรัทธาไปไม่น้อย
แล้วยังเป็นผลสะสมจากแต่ก่อนอีก...
รู้สึกเลวๆ ยังไงไม่รู้
เข้าใจนะ...
อย่างที่คุณโอ๊คว่า...มันเป็นส่วนน้อย...
แต่โชคร้ายที่เรามักจะเห็นแต่ส่วนน้อยเสียเป็นส่วนใหญ่...
ถ้าขึ้นเหนือไป...
สภาพแวดล้อมดีๆ...อากาศดีๆ...
พี่ๆ เพื่อนๆ ก็ว่าวัดดีๆ แถวนั้นมีเยอะ...
คงได้อะไรดีๆ กลับมาบ้าง...
อย่างน้อยก็ความรู้สึกล่ะนะ
เอาจริงๆ ว่าถ้าขึ้นไปจริงๆ...คงไม่ได้เน้นเที่ยวเป็นหลัก
เพราะเหนื่อย...ช่วงนี้เหนื่อยเกินกว่าจะทำอะไรได้...
ได้แต่อยู่ไปวันๆ...
ขอมีโอกาสพักจิตพักใจหน่อย...
ได้ทบทวนเรื่องต่างๆ บ้าง...อะไรๆ คงดีขึ้น...
พร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆ...
ทั้งความสุข สนุกสนาน และแน่นอน...ปัญหาต่างๆ ที่จะต้องตามมาอีก
คุณแอนเคยบอกไว้...
ชีวิตไม่สิ้น...ก็ต้องดิ้นต่อไป...
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
เข้ามาบ่นต่อจากเมื่อวาน...
คิดว่าอาการดีขึ้นแล้วนะ...
แต่จริงๆ ยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง...
อย่างที่บอกว่ามันแปลกๆ...
ตอนนี้เลยแปลกไปทุกเรื่อง...
มัน...เคว้งๆ หว่ะ...
...ฉันลอยคอเดียวดายในทะเล
ว่ายตามน้ำตามไปไม่รู้ทาง
ตรงขอบฟ้ามองไปยังไม่เห็นขอบฝั่ง
ต้องเดินทางไปอีกสักเท่าไร...
ยังสงสัยว่าต้องเดินอีกเท่าไหร่ จะเดินไปยังไง แล้วจะเดินไปถึงมั้ย... ไม่รู้ -_-''
September 04 The Second ChanceThe Second Chance
ก่อนอื่น...
มาแสดงความดีใจกับเราก่อน...
เพิ่งวันที่ 3 เอง...ทำหัก ณ ที่จ่าย และภพ.30 เสร็จแล้ว...
เหลือแค่ปรับงบเดือนก่อน กับ reconcile bank statement เท่านั้นเอง...
คิดคร่าวๆ ก็เสร็จไปแล้วประมาณ 60%...
โคดดีใจ....................^_____^
งานเร็วเหลือเชื่อ เสาร์-อาทิตย์ก็ทำได้ขนาดนี้แล้ว...
แต่เชื่อดิ
เดี๋ยวเราก็ชะล่าใจ แล้วก็ไปปั่นงบเอาตอนท้ายเหมือนเดิม...
เท่ากับว่า...เหอๆ ไม่มีไรดีขึ้นเล้ย...
เดี๋ยวก็เตรียมอ่านหนังสือได้แล้ว...
HO201 ครับท่าน...
อายจังๆ
แต่เดี๋ยวเตรียมไปรับน้องต่อหลังสอบเสร็จ...
ดูดิๆ...ฟิตมากมาย... ^^
วันนี้มีเรื่องดีๆ มาฝาก...
ไปอ่านเจอมา...นานแล้ว จำไม่ได้ว่าจากไหน
(ถึงเพิ่งอ่านเมื่อชั่วโมงที่แล้วก็จำไม่ได้อยู่ดีล่ะ!!!)
เขียนโดยคุณวินทร์ เลียววาริณ...นักเขียนที่เคารพ ^^
เอามาให้อ่านกันเพลินๆ...
The Second Chance
จากคอลัมน์ Body-Mind Final Say
เรื่อง วินทรื เลียววาริณ กฎเทอร์โมไดนามิกทางฟิสิกส์ข้อหนึ่งอธิบายว่า...
เมื่อทำชามตกแตก มันจะไม่ย้อนกลายเป็นชามดี ถ้าย้อนเวลากลับไปในอดีตได้ หลายคนคงอยากแก้ไข การกระทำหลายอย่างในอดีตของตน จะไม่เลือกเรียนคณะนี้ จะไม่ทำงานกับบริษัทนั้น จะไม่แต่งงานกับผู้ชาย (เฮงซวย) คนนั้น จะไม่จีบหญิงสาว (ซึ่งตอนนี้เป้นอีแก่) คนนี้ ฯลฯ ความถวิลหา "โอกาสที่สอง" อาจฝังอยู่ในอนุสติของคนทั่วไปโดยไม่รู้ตัว
เป็นเพียงความรู้สึกที่ดีอย่างหนึ่งเมื่อคิดว่า
บางทีสิ่งเลวร้ายที่เกิดกับเราในตอนนี้เป้นเพียงความฝันร้าย
เมื่อตื่นขึ้นเรื่องร้ายๆ ก็หายไป
ลองคิดดู หากโลกนี้มีเครื่องย้อนเวลาจริง ทุกๆ คนก็พากันไปแก้ไขอดีต จนไม่มีใครก้าวไปข้างหน้า เพราะมัวแต่ยุ่งกับอดีต
โดยหวังว่ามันจะทำให้ชีวิตของตนสมบูรณ์ขึ้น
ความจริงคือ คุณรู้ได้อย่างไรว่าหากคุณสามารถย้อนเวลา และเลือกไม่เดินไปทางซ้าย สามารถไปทางขวาแทน
ผลลัพธ์ที่ตามมาจะดีกว่าเมื่อคุณไปทางซ้าย?
และหากมันไม่ดีกว่า คุณยังจะขอโอกาสที่สาม สี่ ห้า...อีกไหม? หากเราไม่สามารถยอมรับผลที่ตามมาของแต่ละการตัดสินใจ เราคงต้องร้องหาโอกาสที่สอง ตลอดชีวิต ไม่มีที่สิ้นสุด...
มนุษย์เราเป้นสัตว์โลกที่ไม่เคยพอ... ยากนักที่จะหาคนที่พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่ง่ายๆ
หากบ้านของเพื่อนบ้านใหญ่กว่าของเรา เราก็อยากจะมีบ้านใหญ่เท่าหรือใหญ่กว่าของเขา... หากเห็นคนอื่นเก่งมาก เราก้อยากเก่งเท่าหรือเก่งกว่าเขา... แต่เราไม่มีทางย้อนกลับไปแก้ไขทุกสิ่งที่ล่วงเลย "โอกาสที่สอง" นั้นมีจริง แต่มันไม่มาหาเรา เราต้องสร้างขึ้นมาเอง
ความจริงก็คือไม่มีเครื่องเดินทางย้อนเวลา... ความจริงก็คือเราเหลือแต่ปัจจุบันกับอนาคต
เราคงต้องทำดีที่สุดจากสิ่งที่เรามี นักแสดงหญิง ตาลลูลาห์ แบงก์เฮด กล่าวว่า... "ถ้าข้าพเจ้ามีชีวิตอีกสักครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าจะทำความผิดพลาดอย่างเดียวกัน เพียงแต่ว่าเร็วขึ้น"
เอลเบิร์ต ฮับบาร์ด นักเขียน บรรณาธิการ คนพิมพ์หนังสือ อเมริกันผู้สร้างตัวจากความยากจน กล่าวว่า... "ความผิดพลาดใหญ่หลวงที่สุดที่คุณทำได้ในชีวิตคือ การกลัวอย่างต่อเนื่องว่าคุณจะทำความผิดพลาด"
ในการเล่นดนตรี ทุกครั้งที่นักดนตรีเล่นผิดโน้ตและหยุดเล่น คนฟังจะจับได้ทันทีว่าเขาพลาด
แต่หากเขาเล่นต่อไป โดยพลิกแพลงโน้ตที่เล่นผิดต่อไป
เพลงนั้นนอกจากจะไม่ล่มกลางคัน อาจจะกลายเป็นเพลงที่คนชอบกว่าเดิม
ประติมากรที่มีฝีมือเมื่อพลาดพลั้งทำบางส่วนของรูปสลักหินอ่อนหัด จะพลิกแพลงแบบที่สลักโดยไม่ต้องนับหนึ่งใหม่
ชีวิตก็เช่นรูปสลักที่บางครั้งบิ่นหัก...ป่วยการตำหนิความผิดพลาดที่ผ่านพ้นไปแล้ว ไร้ประโยชน์ที่จะระทมทุกข์กับอดีตที่ไม่สวยงาม ชีวิตที่ผิดพลาดยังดีกว่าชีวิตที่ไม่ทำอะไรเลย
อย่าขับรถไปข้างหน้าด้วยเกียร์ถอยหลัง
ผิดเป็นครู เรียนรู้อดีต ก้าวไปในอนาคต
จบแล้ว...ชอบกันมั้ยไม่รู้...
แต่เราชอบ... -_-''
บางที...เราก็ไปยึดติดกับอดีตมากเกินไป
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี
...ความสำเร็จที่เคยมีในอดีต
...ความผิดหวังที่เคยเจอ
...หรืออะไรก็ตาม
จนทำให้เราลืมว่าเรายังมีวันนี้ที่ต้องทำ
และต้องอยู่ให้ได้ต่อไปในอนาคต
มัวแต่อยู่กับเรื่องเดิมๆ ชีวิตมันก็ไม่ไปไหนซักที
ชีวิตมันต้องไปข้างหน้า...
ไม่ว่าจะอกหัก รักคุด... สอบตก ติดด๊อก ติดเอฟ...
เพื่อนรักหักหลัง... จีบหญิงไม่ติด...
เอนทรานซ์ไม่ได้... สัมภาษณ์งานไม่ผ่าน...
ความผิดหวังมีอยู่เยอะแยะเต็มโลก
อยู่กับอดีตจนลืมไปว่า...
ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการกระทำของเรานั่นแหละ...
มัวแต่จมกับเรื่องเก่าๆ...พอของใหม่ทำได้ไม่ดี
เดี๋ยวก็เสียใจอีก...
แล้วเดี๋ยวจะมานั่งคิดทีหลังว่า...
"รู้งี้ตอนนั้น............ซะก็ดี"
แล้วมันจะแก้ไขอะไรได้มั้ย??
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
ตีหนึ่งยี่สิบแล้ว...
เกินลิมิตที่มามี้กำหนดอีกแล้ว...
แต่อุตส่าห์ตั้งใจทำงาน...
ขอหน่อยนะ...
เดี๋ยวพรุ่งนี้จะตั้งใจอ่านหนังสือแล้ว ^^
HO201 -_-"
จุ๊-จุ๊... อย่าไปบอกใครเค้าล่ะ ... อายยย (u_u)
ไปนอนก่อนดีกว่า...
เดี๋ยวโดนมามี้ตีก้น
ฝันดีทุกคนนะคะ ^^ Believe me, I'm a girl!!!เตือนไว้ก่อนว่าวันนี้ยาวววว... กลับตัวกลับใจไม่อ่านยังทันนะ "คะ"
I am a GIRL !!!
ใครบังอาจมาถามว่าเราเป็นผู้หญิงรึผู้ชายวะ !!??
เดี๋ยวเหอะๆ... มาว่ากันได้
พนันร้อยเปอร์เซ็นต์เลย...ผู้หญิงแน่ >.<
ไรว๊า...ก็ติด "ฮะ" "คับ" "คับผม" นินา
แต่เวลาเรียบรอ้ยพูด "คะ" "จ๊ะ" "จ๋า" ก็มีเหมือนกันนะ
วันนึง...ตอนทำ 442 (เริ่มเรื่องยังกะนิทาน -_-'')
ก็ทำกันหลายๆ คนเนอะ...
แล้วหลายๆ คน (จริงๆ ก็เกือบทุกคนน่ะแหละ) ในนั้นเราก็เพิ่งรู้จัก
แล้วเราอ่ะน๊า...เข้ากับคนได้ง้าย-ง่ายเลย... (ประชดประชันสุดชีวิต!!)
เราก็ไม่อยากพูดกะพวกเค้าเหมือนพูดกับพวกที่สนิทๆ กันแล้วใช่ม้า...
เดี๋ยวเกิดเคืองกันขึ้นมา...
พวกผู้หญิงยิ่งเดาอารมณ์ยากอยู่
(เอ๊ะ..!!! ยังไง... แต่ตกลงเราเป็นผู้หญิงจริงๆ นะ T^T)
เราก็เลยพูดเพราะด้วย...
"คุณเจิน" (ขออนุญาต และ ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม)
ดันบอกว่า... เราไม่ชินเลยเวลาแพรวพูดเพราะ...แปลกๆ ยังไงไม่รู้
เวรและกรรม -_-'' ...
สรุปแล้ว...กรูไม่ดีซักอย่างเลยใช่มะ??
ก็เลยพูดปนๆ ผสมๆ กันไป...
อีกหน่อยพูดไป พูดมา เดี๋ยวได้เกิดสับสนทางเพศขึ้นมามั่งหรอก ... !!!
เฮ้ย!!! ไม่ใช่ละ ไมใช่ละ ... ย้ำๆ ... ผู้หญิง "จริงๆ"
กลับมาเมาท์เรื่องวันนี้ดีกว่า...
(วันนี้พิมพ์ยาวอีกตามเคย...ตอนนี้ไฟอีพ Blog กำลังแรง...แต่เดี๋ยวจะค่อยๆ มอด...อิอิ)
ExxonMobil
วันนี้ไปงานประชุม ExxonMobil มา...
เอ่อ...ก่อนอื่นต้องบอกว่า...วันนี้หลังเรียน 431...
เราไปก๊อปไฟล์กระดาษทำการออนไลน์จาก อ.ศิลปพรมา เลยได้คุยกับอาจารย์...
เพิ่งรู้อ่ะค่ะ (ค่ะ แล้วนะ >_<) ว่าอาจารย์แต่งงานแล้ว...
แล้วเพิ่งรู้อีกอย่างว่าอาจารย์อายุสี่สิบเอง...
หน้าเด็กมากมาย...
ดีใจกับอาจารย์ด้วยนะคะ...
มีน้องไวๆ นะ...แล้วพามาเล่นที่คณะบ้าง...
(ตอนนั้นหนูก็คงเรียนจบไปแล้ว...แต่ๆๆ...
ไม่เป็นไรๆ...
อาจารย์พามาเมื่อไหร่ เดี๋ยวหนูโดดงานมาเล่นด้วย...
(ว่าไปนั่น!! -_-")...
กลับมาที่ "เอกซอน โมบิล" บริษัทน้ำมันเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่เป็นบริษัทน้ำมันอันดับประมาณที่ยี่สิบของโลก
(ข้อมูลจากพี่ Amran แผนก Customer Service ค่ะ)
เพราะสิบเก้าบริษัทก่อนหน้า เป็นของรัฐ...
ใหญ่ที่สุดนี่อะไรไม่รู้ จำไม่ได้ ชื่อยาวเกิน...
แต่ที่สองคือ อิหร่าน "ค่ะ"
(มิน่า...ไอ้กันเลยอยากไปยุ่งกับเรื่องของเค้าจั๊ง!!)
บริษัทนี้แบ่งเป็น...
...........
...........
...........
"หลายฝ่าย" !!!
(ก็จำได้แค่นี้นี่หว่า)
(เดี๋ยวได้โดนรุมตบกันเลยทีเดียว...)
ล้อเล่นๆ...เฉพาะส่วนที่เค้าพูดให้ฟัง แล้วเราจับใจความได้ละกัน
เอาที่หลักๆ นะก็มี
ด้าน Controller (AC), Sales (MK), HR, Procurement, IT
เท่านี้แหละที่เป็น Business Support Center...
ส่วนที่เหลือ ไอ้ประเภทขุดเจาะน้ำมันเนี่ย...ไม่ได้เกี่ยวกะเรา เค้าเลยไม่เล่าให้ฟัง
(ทั้งๆ ที่ไอ้เรื่องเนี้ยแหละที่อยากรู้ที่สุด!!!)
แต่ละฝ่ายก็จะแบ่งแผนกย่อยๆ ไปอีกหลายอันเลย
ไล่ไปเรื่อยๆ เลยนะ "คะ"
เริ่มที่อันแรกก่อนเลย...
ฝ่าย PROCUREMENT หรือ BANGKOK PAYABLES CENTER (BPC)
ที่เค้าต้องทำคือ จ่ายตังค์ซัพพลายเออร์ (อันนี้เรื่องหลัก...สำหรับเรา!!!)
คอยดูแลเรื่องการจัดซื้อสินค้า แล้วก็ตอบสนองเรื่องสินค้าให้ลูกค้าด้วย
นอกจากนั้นก็มีหน้าที่ควบคุมการจ่าย+ซื้อของจากบัตรเครดิตที่บริษัทให้พนักงานใช้ในการเดินทาง
แล้วก็อื่นๆ อีกเยอะแยะที่จำไม่ได้
(แบบว่าไม่ได้จดมาเลยอ่ะคับ...จำได้แค่นี้ก็ดีแล้ว...เนอะ เนอะ เนอะ??)
โดยศูนย์นี้จะมีในหลายๆ ที่ ทั้ง USA, Curitiba (อยู่ไหนไม่รู้), Prague (อันนี้อยู่ที่ประเทศเช็ก)
แต่ที่กทม.จะเป็นที่ที่ใหญ่ที่สุด
ต่อมาก็เป็น MARKETING CUSTOMER SERVICE
ชื่อมันก็บอกอยู่ในตัวแล้ว...
คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก
แต่ที่น่าสนใจคือ เค้าจะ deal กับบริษัทสาขาในหลายๆ ประเทศมากมาย
เอาเท่าที่มีอยู่ตอนนี้ (ที่มีอยู่ในสมองนะ!!!)
ก็คือ ไทย...(ชัวร์อยู่แล้ว...บอกทำไม??), ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ฮ่องกง
และที่กำลังจะตามมาเห็นว่ามีออสเตรเลีย (เดาต่อว่าน่าจะมีนิวซีแลนด์ด้วย เพราะใกล้ๆ กัน ^^)
งานฝ่ายนี้จะแบ่งเป็นสี่ส่วนย่อยๆ คือ
Customer Account Management
อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับลูกหนี้อ่ะ... อย่างวางบิล วิเคราะห์ราคา วิเคราะห์ลูกค้า
(คงประมาณว่าจะความสามารถในการสร้างรายได้เป็นยังไง)
แล้วก็พวกตกลงเกี่ยวกับสัญญาต่างๆ (แฟรนไชส์)
ต่อมาก็ Process and System Expert Roles
อันนี้วิเคราะห์ต้นทุน รึอะไรทำนองนี้ล่ะ
อีกอัน Delivery ... ใครไม่เข้าใจเดี๋ยวด่าเลย !!! (ล้อเล่นๆ ^^)
ก็วิเคราะห์แบบ IM อ่ะ...ประมาณว่าขนส่งยังไงให้ประหยัด แต่มีประสิทธิภาพ แล้วต้นทุนต่ำ
(โลภจริงวุ้ย!!) แล้วก็มีอย่างอื่นอีกนะ แต่จำได้แค่นี้ ... แหะๆ
อันสุดท้ายของแผนกนี้ก็คือ Customer Relations
เกี่ยวกับพวกรับมือสารพัดกับลูกค้า...แล้วก็พวก Call Center ด้วย...
แต่ลักษณะคอลเซ็นเตอร์ของบริษัทเค้าจะเป็น Service Center ไปในตัว
ไม่ใช่วันๆ รับโทรศัพท์แล้วโอนสายๆ อย่างเดียวนะ
ติดต่อกับลูกค้าแล้วก็ประสานงานกับฝ่ายขายอ่ะ "ค่ะ"
ฝ่ายที่สามคือ GLOBAL HUMAN RESOURCES SERVICES CENTER
บริหารทรัพยากรมนุษย์...
เค้าแบ่งออกเป็นห้าส่วนหลักๆ คือ ...
Data Management (ข้อมูลทั่วๆ ไป รวมถึงอำนาจในการอนุมัติต่างๆ
อย่างเช่นอนุมัติการจ่ายเงินเดือน เพิ่อยืนยันว่าพนักงานมีตัวตนอยู่จริง... เอ๊ะๆๆ... อันนี้แนวสอบบัญชีไปละ)
Accounting (อันนี้สำคัญ...เพราะเป็นฝ่ายจ่ายเงินเดือนให้เรา...อิอิ)
Compensation Administration คนดูแลเรื่องเงินทดแทนและผลประโยชน์ต่างๆ
(เดาเอาเองว่าคงรวมพวกโบนัสทั้งหลายแหล่ไปด้วย...มันต้องมีดิ)
Systems and Controls อันนี้ประสานงานระหว่างระบบต่างๆ เข้าด้วยกัน...
บอกว่ามีห้า แต่บอกไว้แค่สี่พอนะ...
อีกอันอ่ะเหรอ...
...
...
ลืม!!!
ต่อมา EXXONMOBIL INFORMATION TECHNOLOGY (EMIT)
แผนกไอที...
แต่ถ้าใครหวังจะได้มาพัฒนาโปรแกรม มาเป็นโปรแกรมเมอร์ชั้นยอด วางระบบกันใหญ่
คงไม่มีให้ทำเท่าไหร่นัก
เพราะว่าระบบเค้าคงดีเลิศอยู่แล้ว (บ.ใหญ่สุดในโลกเลยนะเฟร้ย!!)
ที่เค้าเน้นเลยเป็นการ integrate กันทั้งเขียนโปรแกรม และโต้ตอบกับผู้ใช้งานจริง
เพื่อให้คนฝ่ายนี้เห็นภาพของธุรกิจได้ดีมากกว่า
ไม่ใช่วันๆ จะอยู่แต่หน้าจอ...
ซึ่งงานของฝ่ายนี้จะไปแทรกซึมอยู่กับทุกๆ ฝ่าย เพราะว่า
งานส่วนใหญ่เค้าใช้คอมพิวเตอร์ทำ
ข่าวดีก็คือ ... ตอนนี้เค้ากำลังรับคนส่วนนี้เยอะเลยทีเดียว
อันสุดท้าย...
เนื่องจากเราเป็นเด็กบัญชีเนาะ??...ต้องเอาซะหน่อย ^^
ดังนั้นฝ่ายสุดท้ายก็คือ BUSINESS SUPPORT CENTER (BSC) - CONTROLLER'S
ก็คืองานบัญชีนั่นล่ะ
งานนี้หลักๆ จะแบ่งออกเป็นสามสาย (ตามที่พี่จุ๊บอกนะ)
แต่ตามสไลด์ที่คุณผู้บริหารอธิบายมันเหมือนจะเยอะกว่านี้
ก็มี...
Corporate Accounting Service
คือการดูพวกเกี่ยวกับธนาคาร สินทรัพย์ถาวร รายการระหว่างบริษัทในเครือง แล้วก็ทำงบกะรายงานสารพัด
PRODUCT MOVEMENT AND INVENTORY
สต็อกๆๆ... นอกจากดู movement แล้ว ต้องดูระบบ supply chain ด้วยล่ะ (ป่าวหว่า??)
Business Services
ให้ข้อมูลทางการเงินแก่ฝ่ายไหนซักฝ่าย ซึ่งเอาไปทำไรไม่รู้...
งานทั้งหมดนี้นะ "คะ" นอกจากวุฒิที่เกี่ยวข้องแล้ว
(บางส่วนเนี่ยเค้าไม่ว่ากัน เรียนจบอะไรมาก็ได้...เช่นฝ่าย HR หรือ MK เนี่ย...)
แต่ที่สำคัญคือ...ภาษา "ค่ะ"
คืออย่างน้อยอังกฤษต้องได้แน่ๆ เพราะเห็นพี่ที่นั่งกินข้าวด้วยกันบอกว่าใช้เป็นภาษาหลักเลย
จะได้เมาท์ภาษาไทยกันก็กับคนข้างๆ แล้วก็ตอนกินข้าวนั่นแหละ...
และถ้าจะให้ดี ... ภาษาที่สามค่ะ ...
เอาที่เค้ายกตัวอย่างบ่อยๆ เลย ก็มี Cantonese, Mandarin, Malay, Japanese
เสียใจกับบางคนด้วยที่เค้าไม่มี Korea ... อิอิ
ส่วนสวัสดิการต่างๆ...
ESSO หรือบริษัทเอกซอนโมบิลเนี่ย...เป็นที่รู้กัน (รึเปล่า??) อยู่แล้วว่า
สวัสดิการเป็นเลิศ... (อันนี้คอนเฟิร์ม!!)
เค้าจะมีพวกคลับต่างๆ ให้เราเข้า ประมาณว่าคล้ายชมรม
ส่วนชมรมไรนั้น เค้าตอบตอนเราง่วงพอดี เลยจับใจความไม่ค่อยได้
แต่ที่ได้มาก็พอมีว่ามีฟิตเนส (เป็นโดม มองเห็นท้องฟ้าด้วย อย่างหรูอ่ะ)
ได้แค่นี้ล่ะ (อ้อ!! มี Women Club ด้วยนะ...หนุ่มๆ อิจฉาอ่ะดิ)
ส่วนเรื่องอื่นๆ ก็มีเหมือนบริษัททั่วๆ ไป เพียงแต่ "ดีกว่า" (อันนี้ยืนยันอีกที)
ในส่วนของการทำงาน เค้าจะจัดให้มีอบรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้พนง.
แล้วก็มีการ Rotate งานด้วย ... เห็นพี่ Amran บอกว่าขอย้ายข้ามสายได้ด้วย
แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างย้ายจากบัญชีไปไอที (น่าสนมากกก)
พี่ Amran ยังบอกอีกว่า...ที่นี่ระบบอาวุโสไม่ค่อยมี...
ทุกอย่างว่ากันตามผลงาน
ไม่มีการตอกบัตร
ผู้บริหารไม่มีห้องส่วนตัว...นั่งโต๊ะคือๆ กันกับเราๆ ท่านๆ นี่ล่ะ
พวกเลียแข้งเลียขาอาจอยู่รอดได้สักพัก...เดี๋ยวก็โดนโละ
สรุปก็คือการทำงานค่อนข้างจะเป็นแบบฝรั่ง (เราว่านะ)
ทำงานยังไง เมื่อไหร่ ก็ได้ แต่ต้องเสร็จตามมาตรฐานและเวลาที่กำหนด
(แต่ก็ไม่ใช่หน้าด้านเข้างานซะเที่ยง!!)
ซึ่ง...เราชอบนะ
อีกอย่างนึงที่คนกลางคืนอย่างเราชอบนักชอบหนา
คือพี่ Amran (อีกแล้ว...ขอบคุณนะคะพี่ ได้ความรู้เยอะมากเลยค่ะ) บอกว่า...
บางตำแหน่งที่ต้อง deal กับต่างประเทศเป็นงานหลักเลย
เวลาทำงานต่างๆ จะต้องปรับให้เข้ากับเค้า
ดังนั้นจึงอาจมีบางงานที่ต้องทำงานตีสอง ถึง สิบโมงเช้า...
ซึ่ง...เข้าทางเราเลยฮะ
เพราะสมองเราไม่เคยทำงานอย่างมีประสิทธิภาพก่อนเที่ยงอยู่แล้ว
(สังเกตได้จากคะแนนสอบ...สอบเช้าเมื่อไหร่เกรดเน่าทันที)
ส่วนที่หลายๆ คนคงอยากรู้...
เงินเดือน ...
ตามที่เค้าบอกมานะ...ปริญญาตรีจะอยู่ที่ 20,000-24,000 บาท
ส่วนปริญญาโทจะอยู่ที่ 26,000-28,000 บาท
แค่เงินเดือนก็น้ำลายไหลแล้ว
ดังนั้น... ถ้าเราไม่ชอบงานออดิตนะ... ESSO จ๋า...รอเราด้วย ^^
แหะๆ
ใครสงสัยว่าทำไมส่วนของแผนก Procurement เราเขียนน้อยจัง
ไม่ต้องสงสัยๆ...เพราะคนพูดเป็นคนอเมริกันนั่นเอง
ง่วงก็ง่วง...หนาวก็หนาว...
ยังต้องฟังภาษาอังกฤษ...จะรู้เรื่องไหมล่ะ "คะ"
ก็เลย...
ได้มาแค่เนี้ย...
เอาน่ะ...เยอะแล้วล่ะ...
ก็มาเล่าให้ฟัง...เอ้ย...อ่าน
บอกแล้วจะมีเรื่องดีๆ ให้อ่าน...แต่ไม่รู้ความจำอันน้อยนิดของเราจะช่วยไรได้บ้างมั้ยนะ...
หวังว่าคงมีประโยชน์กับท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
เย้ยย!!!
ไม่ใช่คำนำในรายงาน!!!
ไม่ขำใช่มะ???
อีกแล้วๆ -_-''
จะเล่นทุกครั้ง...มันต้องขำซักครั้งดิว๊า!!! >_<
ตีสามแล้ว...ไปอาบน้ำดีกว่า...
บอกแล้วอยากทำงานกะดึกจริงๆ...
"นุ่ม" แซว...ไม่ไปเป็นยามล่ะ -_-''
กรรมจริงๆ ... ยามมันไม่ต้องจ่ายค่าเทอมเทอมละเกือบหมื่นนี่หว่า...T^T
แอบเล่าความงี่เง่าของตัวเองให้ฟัง...
เค้าให้รับเอกสารที่จะเข้าร่วมงานเอกซอนนี่เป็นชาติแล้ว
เราเพิ่งไปเอาเมื่อวาน...
กรอกเอกสารกันบนรถแท๊กซี่เลย...
รูปก็เพิ่งถ่ายร้อนๆ ที่ท่าพระจันทร์...
(หน้าตาแย่อยู่แล้ว...รูปนี้ประหนึ่งโดนน้ำกรดสาดเลยทีเดียว)
นั่นๆ...ใครแอบขำ...
ความทุกข์คนอื่นมันขำนักใช่มั้ย !!??
เชอะ... เดี๋ยวมีงอนๆ
กลับมาๆ
แถมกรอกบนรถอ่ะ...มันก็เด้งๆ ... ลายมือก็อุบาทว์...
แต่รับประกันว่ายังดีกว่าลายมือคนที่ถามว่าเราเป็นผู้หญิงรึผู้ชายแน่นอน ^^
(ถ้าแย่กว่านี้นี่...ไม่ไหวแล้วๆ ... อายเด็ก ... 55+)
ที่สำคัญ...
กรอกใบสมัครงาน...แต่ดันไม่ได้กรอกตำแหน่งที่สนใจสมัคร
ก็ตอนกรูกรอกกรูไม่รู้ว่ามีตำแหน่งไรบ้างนี่หว่า !!!
ยาวยืดเลย...
งั้นไปอาบน้ำ นอนดีกว่า...
พรุ่งนี้ลุยงานบัญชีกันต่อ...
(คราวนี้คงอดหลับอดนอนอีกตามเคย...
วอนเพื่อนๆ ทนอารมณ์งี่เง่าของเราหน่อยนะ...
อยากนอนแล้วไม่ได้นอนมันทรมานว่ะ...
ขอบคุณล่วงหน้านะ "คะ")...
มาเติมคำคม "ค่ะ" ... อิอิ
Graviation cannot be held responsible for people falling in love.
- Albert Einstein -
ฝันดีจ้า.. ^^ September 01 Back to BasicWelcome Back !!!
Back To Basic
ตอนนี้เริ่มเล่นเน็ตบ่อย ทั้งๆ ที่ก็ยุ้ง-ยุ่ง...
(ใครบางคนอาจคิดว่า...อย่ามาๆ แกเล่นตลอดเวลาเลย ไม่ใช่ตอนนี้)
และเนื่องจากว่าไม่มีอะไรทำ ... ก็เลยเริ่มขยันมาอัพ Blog... ^^
(เอ่อ... จะ Blog รึว่า Spaces มันก็คือ-คือกันนั่นแหละเนอะ... คนอ่านเข้าใจอยู่แหละ -_-'')
แล้วเราก็ค้นพบว่า...
ไอ้ที่เราขี้เกียจอัพ Blog เป็นเพราะว่า...
เราแต่งนู่นแต่งนี้เยอะไป...
ด้วยความที่ไม่ได้เก่งเรื่องพวกนี้เอาซะเล้ย...
มันก็ใช้เวลานานใช่ม้า...
เราก็เลยขี้เกียจทำ...
(แถวบ้านเรียก "แก้ตัว")...
แต่ถ้าพิมพ์ไปเรื่อยๆ...
แบบไม่เอาสาระอะไรมาก...
ก็พิมพ์ได้เรื่อยๆ...
ย้ำ!! ไม่มีสาระนะคับ...
ไม่ได้เข้ามาอัพเป็นจริงเป็นจังตั้งนาน
สวัสดีคุณสเปซค่ะ... และเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านอยู่ด้วย...
ขอบคุณที่แวะเข้ามานะ... และถ้าจะให้ดี ... แวะมาแล้วจ่ายค่าดูคนละคอมเม้นท์ด้วย
(ไม่งั้นขอให้ท้องเสียเลยนะ ^^)
เทอมนี้เรียนหนักมากมาย แล้วดันไปรับอาสาทำงานบัญชีไว้อีก เลยยุ่งหัวปั่นตลอดเวลา
ก็แหม... เค้าให้เราทำแค่สามเดือน กว่าจะคุ้นกับงานก็หมดเวลาแล้ว
ข้อดีก็คือน้ำหนักลดฮะ (นี่น้ำหนักเราลดแล้วเหรอเนี่ย ๐_O)
แต่มันดันมาพร้อมๆ กับโรคภัยไข้เจ็บนี่สิ
ช่วงนี้เลยเจ็บป่วยตลอดเวลา คือ มันก็ปกตินะข้างนอกน่ะ
แต่ข้างในมันไม่สบายอ่ะ...
งงอ่ะดิ๊...
ใครบางคนอย่าเพิ่งคิดไปไกลว่าเป็นเรื่องความรักหรืออะไร
คือมันจะมึนๆ บางเวลา เดี๋ยวๆ มันก็เจ็บหน้าอก ปวดหัว ปวดท้อง ปวดกระเพาะ
หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม
น้ำร้อนลวก แผลพุพอง เป็นหนอง ผิวหนัง ... เฮ้ย!!! ไม่ใช่...คนละเรื่องแล้ว
เอาเป็นว่าเป็นมันทุกอย่างอ่ะฮะ -_-'
ซึ่งมันก็ปกติ... ควรจะสมน้ำหน้าตัวเองด้วยซ้ำ เพราะเล่นนอนน้อยโคด-โคดมาเป็นเวลานานมากกกกก
เป็นปีเท่านั้นเองคับ
นอนไม่ค่อยจะถึงหกชั่วโมง...
ไม่เป็นอย่างงี้ได้ไง
แม่ก็เป็นห่วง... เสียใจคับที่ทำให้เป็นห่วง... แต่มันไม่อยากนอนนินา (u_u)
แต่ๆๆ... สำหรับเทอมนี้ ที่พักผ่อนน้อยมันก็ได้อะไรมาเยอะนะ
ทั้งที่มีประโยชน์ และไม่มีประโยชน์...
แต่ที่แน่ๆ ... ไม่ได้อ่านหนังสือเลยฮะ... เพราะกลายเป็นคนติดอินเตอร์เน็ตไปซะแล้ว
ทั้งๆ ที่มันก็ไม่มีอะไรให้เล่นนะ... (ด้วยความเร็วเน็ตขนาดนี้...แถมต้องขึ้นกับอารมณ์เจ้าของไวร์เลสซะอีก)
แต่ก็เล้น-เล่นมันอยู่ได้
เอ็มก็ไม่ค่อยได้คุย แต่ก็ออนตลอด...
(ยกเว้นบาง (หลายๆ) คนที่ทักตลอดที่เห็นชื่อ)
อ่อ...บ้านใครติดไวร์เลส...
แนะนำให้ใส่รหัสไว้ด้วยนะ...
เพราะเดี๋ยวคนข้างๆ บ้านจะแอบใช้เอาได้...
อย่างเราเป็นต้น !!!
(ดีใจๆ ^^)
แต่ๆ... ถ้าเป็นคนข้างบ้านเรากำลังอ่านอยู่...............
PLEASE!!!!!!!!!! ขอเหอะนะ ...
นึกว่าทำบุญ T^T
...........
เรารู้ ... คุณออกจะใจดีเนอะๆๆ
ขอบคุณค่ะ !!! ๐(^/\^)๐
(ซะงั้น!!!)
เทอมนี้เรียนหนัก แต่ก็เหลืออีกไม่ถึง 40 วันก็จะ "เสมือน" เรียนจบแล้ว
ที่ต้องใช้คำว่า "เสมือน" เพราะเทอมหน้ายังคงมีเรียนอยู่ฮะ...
แต่ 2 วันต่ออาทิตย์... จันทร์ กะ เสาร์ (มันก็เหมือนว่างทุกวันน่ะแหละ -_-'')
ช่วงนี้เลยเริ่มหางาน (ซึ่งเค้าก็หากันหมดแหละ) ... รู้สึกแย่
เพราะรู้สึกตัวเองแก่ขึ้นอ่ะ... ต้องหางานเลยนะ ... แต่ก่อนวันๆ มีแต่เรียนๆๆ... สบายจะตาย
(ใครว่าเรียนเหนื่อย ลำบาก มาทำงานดูแล้วจะรู้...เรียนน่ะ สบายที่สุดในโลกแล้ว)
โอย...เห็นมะๆ ว่าถ้าพิมพ์ไร้สาระนะ จะพิมพ์ได้เรื่อยๆ ...
เดี๋ยวคราวหน้าจะทำตัวมีสาระขึ้น เอาเรื่องดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง...
ตอนนี้ ไปนอนก่อนดีกว่า... แม่เริ่มจำกัดมาแล้ว ... "อย่านอนเกินตีหนึ่งนะลูกนะ"
"ฮับแม่" เดี๋ยวหนูนอนถึงตีหนึ่งแล้วตื่นเลยฮับ
แป่วแหว่วแหว่วววววววว...
ขำมั้ย?...
ไม่ขำ...
เออๆ... ชั้นมันเล่นมุขไม่ได้เรื่องนี่...
เอาเป็นว่าไปนอนดีกว่า...
ทำไรให้แม่ได้ไม่เยอะ ... ก็อย่าทำให้เค้าห่วงก็พอเนอะ...
คำคมวันนี้... (นี่...จะจบแบบดูมีภูมิหน่อย...มีไรมะ)
If you pick up a starving dog and make him prosperous, he will not bite you.
This is the principal difference between a dog and a man.
- Mark Twain -
ฝันดีทุกคนค่ะ.. ^^ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||
|
|