Praew's profile::: SnowBelL :::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    July 25

    Put the glass down

     
    Put the Glass Down
    ..........................................................................................................
     
    A lecturer was giving a lecture to his student on stress management.
    He raised a glass of water and asked the audience,
    "How heavy do you think this glass of water is?"
     
    The students' answers ranged from 20g to 500 gm.
     
    "It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it."
    If I hold it for a minute, it is OK.
    If I hold it for an hour, I will have an ache in my right arm.
    If I hold it for a day, you will have to call an ambulance.
     
    It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes.
    If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on, the burden becoming increasingly heavier.
     
    "What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again."
    We have to put down the burden periodically, so that we can be refreshed and are able to carry on.
     
    So before you return home from work tonight, put the burden of work down.
    Don't carry it back home. You can pick it up tomorrow.
     
    Whatever burdens you are having now on your shoulders, let it down for a moment if you can.
    Pick it up again later when you have rested...
     
    Reset and relax.
     
    Life is short, enjoy it!!
     
    ..........................................................................................................
     
    July 23

    ...เรื่อยเปื่อย...

     
    ...รื่ปื่...
    ..............................................................................................................................
     
    ห่างหายจากการอัพสเปซไปนานพอสมควร...
    เริ่มทำงานที่ใหม่มาได้ 19 วันแล้วคับ ... แต่ยังไม่รู้อะไรมาก เพราะมีแต่เทรนๆๆ เลยเล่นไม่ได้
     
    เพราะเริ่มทำงานอีกครั้ง หลังจากมีโอกาสได้พักสองอาทิตย์ ทำให้ชีวิตกลับเข้าโหมดเดิม
    ...ตื่นเช้า...
    อย่าสงสัยกันนะว่าเช้าขนาดไหน ก็แค่มาทำงานให้ทัน แปดโมงสิบห้า ทุกวันก็เช้าแล้วล่ะ
     
    สิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำในสองอาทิตย์ ก็เสร็จไปบ้าง...
    ...ถ่ายรูปทำเมนูเสร็จแล้ว เหลือหารูปเล่ม และรองานจากน้องโบว์
    ...ลดน้ำหนัก อันนี้ลืมไปได้เลย ท่าทางคงทำไม่ได้แน่ๆ แต่ว่า...เริ่มออกกำลังกายนะ
    ...ขับรถเป็นแล้ว แม้จะไม่ได้ใบขับขี่เลย แต่ว่า...มาสอบทีหลัง ได้เรียบร้อยด้วย
     
    มาเมาท์เรื่องสอบใบขับขี่ดีกว่า...
     
    ด้วยความเปิ่น เซ่อซ่า และตื่นตระหนกของเรา ทำให้คราวที่แล้วพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
    วันพฤ.ที่สิบสอง ได้เวลาลองใหม่อีกครั้งหนึ่ง ด้วยความคิดที่ชั่วร้ายติดตัวไปด้วย
    "จะโกงคับ" โดยการใช้มือถือแล้วเปิดเป็นลำโพงไว้ คอยฟังพี่ต๊ะบอกว่าทำยังไงบ้าง
    แต่...ระหว่างฟังคนคุมสอบอธิบาย ก่อนเริ่มเลย โดนพูดดักคอเรื่องนี้ไว้ซะว่า...
    ...ห้ามให้สัญญาณเสียง มือ ท่าทาง โทรศัพท์ ไม่งั้นปรับตก...
     
    แล้วคนที่เกลียดการทุจริตอย่างเรา (เหรอ!!) น่ะเหรอ จะทำ... (ที่จริง กลัว...อิอิ)
    ว่าแล้วก็บอกพี่ต๊ะว่าข้อตกลงเป็นอันยกเลิก แล้วก็ลองพยายามด้วยตัวเอง
     
    ผลออกมาว่า...การจอดขนานฟุตบาท เบียดขอบไปคับ แต่ยังได้อยู่
    จริงๆ กะเอาให้เบียดเลยเหมือนกัน เพราะกลัวไม่ทับเส้น แต่ก็กลัวปีนทางเท้า
     
    ท่าถอยจอดขนาน...พอดีเป๊ะเลยคับ...
    หมายถึงทับเส้นที่เค้าไม้ให้เกินพอดีเด๊ะ ออกมาอีกเซนติเมตรเดียวนี่...ตกแน่นอน
     
    รอดตัวไป เริงร่าได้ทั้งวัน แต่...เครียดมากๆ คับ แบบมือเย็นเลยทีเดียว
    ในที่สุดก็ได้ใบขับขี่มาจนได้... ^________^
     
    จบเรื่องใบขับขี่ไป
     
    เพราะไม่ได้อัพนาน เลยมีหลายเรื่อง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเล่ายังไงดี เยอะเกิน
     
    เออ...แสดงความยินดีกับเพื่อนจุฬาฯ ที่จบปีนี้ด้วย ที่ได้รับปริญญากันไปแล้ว
    และขอโทษที่ไม่ได้ไป เพราะว่าต้องทำงาน (วันที่ไปสอบ ลาจ๊อบไปสอบเลยนะเนี่ย)
    หวังว่าเพื่อนๆ จะประสบความสำเร็จใจชีวิตข้างหน้าต่อไปกันทุกคนเลยคับ
     
    ช่วงนี้อารมณ์กลับมาคงที่ หลังจากแปรปรวนไปพักใหญ่
    เรื่องที่เคยคิดไม่ตก เริ่มคิดได้ เริ่มหลุดจากวงจรอุบาทว์...ดีใจจัง
     
    ช่วงนี้เริ่มปลงตกกับหลายๆ เรื่อง แต่ไม่รู้ว่าจะเป็นแค่ช่วงนี้หรือเปล่านะ
    ทำให้สบายใจขึ้นเยอะ ควบคุมระเบิดได้ดีขึ้น
    คิดที่จะเอาใจใส่เรื่องใกล้ตัวมากขึ้น อยู่กับโลกของความจริงมากขึ้น
     
    เอาเป็นว่าตอนนี้พัฒนาการเราอยู่ในช่วงขาขึ้นล่ะ คงไม่มีใครดีใจไม่กว่าแม่เราแน่ๆ เลย ... แหะๆ
     
    เออ...อีกเรื่องคือ มีหลายๆ คนชอบถามเรา ตั้งแต่อยู่ที่ทำงานเก่าแล้วว่าทำไมอยากออก ตจว.
    ด้วยเหตุผลที่ว่าข้อดีมันมีเยอะกว่าข้อเสียน่ะสิ
     
    อันดับแรกเลยคือ เงิน
    อย่าคิดไปว่าเป็นเงินที่เค้าจะจ่ายเพิ่มนะ เราหมายความว่าเงินที่เราจะประหยัดได้ต่างหาก
    ไหนจะค่ารถที่ไม่มี (วันละหกสิบเลยนะ) ค่าข้าวที่ถูกกว่า (เราเชื่ออย่างนั้น...สาทรนะที่นี่น่ะ)
    แค่นี้ก็เหมือนมีเงินเพิ่มขึ้นแล้ว
     
    อย่างที่สองคือ บรรยากาศในการทำงาน
    ไม่ได้หมายถึงสำนักงานลูกค้าหรอก เพราะคงคล้ายๆ กันสำหรับห้องบัญชี (ก็ได้แค่นี้แหละ)
    แค่ตื่นเช้าไม่ต้องรีบ ไม่เจอรถติด ไม่ต้องเบียดขึ้นรถไฟฟ้า ไม่ต้องหงุดหงิดกับรถเมล์
    แค่นี้สุขภาพจิตก็ได้กำไรไปแล้ว
     
    อย่างที่สามคือ คน
    เพราะชีวิตในเมืองที่ดูเหมือนจะยุ่งจังเลย แต่ละคนก็มีภาระ ทำให้อัธยาศัยเราสู้คน ตจว. ไม่ได้
    อันนี้ก็ไม่แน่หรอกนะ เรารู้ แต่เราว่าส่วนใหญ่แล้วจะเป็นอย่างนั้น
     
    อย่างที่สี่คือ ความน่าสนุก
    เพราะคิดเอาเอง(อีกแล้ว)ว่า งานตจว. มันจะหลากหลายกว่า เพราะพื้นที่มันมีเยอะกว่า
    กทม. ก็คงมีแต่สนง. ห้องทำงาน เอกสาร คอมพิวเตอร์
    อย่างน้อยระหว่างเดินไปทานข้าว เราก็คงเห็นอะไรน่าสนุกเยอะกว่ากินข้าวในกทม.แหละ
     
    อย่างที่ห้าคือ ความขี้เกียจ
    เรื่อง...การแต่งตัวนั่นเอง เพราะว่าดูเหมือนว่าที่นี่ (กทม.) แฟชั่นกันเหลือเกิน เราไม่ค่อยทันเลย
    แต่ถ้าเป็น ตจว. ก็แค่แต่งตัวให้เรียบร้อย ดูเป็นมืออาชีพ (ตามที่บ.บอก หุหุ) เท่านั้นเอง
    ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย เพราะคิดเรื่องนี้ไม่ค่อยเป็นด้วย
     
    แต่สำหรับข้อห้า...ไม่ว่ายังไงตอนนี้เราก็ได้ชุดที่ลงตัวแล้วนะ
    คือ กางเกงคับ...กางเกงดำ-เทาตลอดงาน แล้วเปลี่ยนแค่เสื้อ
     
    ขี้เกียจคิด!!!
     
    ไปละดีกว่า...วันนี้ว่าง ก็เล่นไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้เล่นอะไรเหมือนกัน...เหอะๆ
     
    ..............................................................................................................................