Praew's profile::: SnowBelL :::PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
February 11 เคยป่ะ...
เคยป่ะ...บางอย่างเราไม่สามารถหาเหตุผลได้ว่าทำไมเป็นอย่างนั้น...อย่างนี้...เพราะอะไร..???
แต่เราน่ะ...เป็นบ่อย...
บ่อยครั้งที่ไม่ชอบหน้าใครโดยไม่มีเหตุผล...และถูกชะตากับหลายๆ คน...โดยไม่รู้ว่าเพราะอะไร
บ่อยครั้งที่หงุดหงิดโดยไม่มีสาเหตุ...แต่ก็เริงร่าได้ทั้งวันทั้งที่ไม่ได้มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น
บ่อยครั้งที่ทำเรื่องที่ง่ายๆ ไม่ได้ซักที แต่บางทีเรื่องที่ทำไม่ได้ก็กลายเป็นเรื่องหมูๆ ซะอย่างนั้น
เพราะอะไร???
เคยนะ...เคยถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น? สาเหตุคืออะไร? ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
(แต่ก็หลังจากเกิดความรู้สึกนั้นไปแล้ว)
บางทีก็หาคำตอบให้ตัวเองได้...ถึงแม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่ก็ตาม
แต่...ก็สมเหตุสมผลเพียงพอ
แต่บางที...พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถ...กลายเป็นเรื่องที่เรายังสงสัยอยู่ทุกวันนี้
อยากรู้สาเหตุนะ...แต่ตอนนี้ก็...ปล่อยมันไปเถอะ
เวลาเราน้อยเกินไปที่จะมานั่งคิดแต่เรื่องอย่างนี้...
บางเรื่อง...มันก็ไม่ต้องมีเหตุผล (แม้ว่าจริงๆ มันควรจะมีก็ตาม)
บางครั้ง...มันก็เป็นเพียงการปลดปล่อยความคิด ความรู้สึกออกมา
การมีเหตุมีผลไปเสียทุกเรื่อง...มันเหนื่อยนะ
โดยเฉพาะอารมณ์...ที่ค่อนข้างแปรปรวน... อย่างที่บอกว่าบางทีก็รู้สาเหตุ แต่บางทีก็ไม่...
สาเหตุบางอย่างก็บอกได้...บางอย่างก็ควรที่จะเก็บไว้กับตัว...
จนเคยมีคนด่าว่าเป็นพวกฮอร์โมนพลุ่งพล่าน... ไม่ว่ากัน...เพราะรู้ตัวดี
ใครจะว่าก็เชิญ...ไม่ใช่ไม่รู้...เพียงแต่...ไม่พร้อมที่จะแก้ไข...อย่างน้อยก็ในตอนนี้...
เพราะคิดว่า...มันก็เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ขอให้เราเอาแต่ใจตัวบ้าง...
ไม่อย่างนั้น...ไอ้สาเหตุต่างๆ ที่ควรเก็บไว้กับตัว...มันก็ไม่รู้จะไประบายที่ไหน
ไม่ใช่คนเก็บกด...เพียงแต่ไม่ชอบปรึกษาใคร...
ไม่ใช่คนลึกลับ...แต่ก็ไม่ได้เปิดไปซะทุกเรื่อง...โดยเฉพาะความรู้สึกจริงๆ
เคยมีคนบอกว่าเราโกหกไม่เก่ง...
ไม่ผิดหรอก...เพราะจับได้ไม่ยากเท่าไหร่ (ถ้ารู้จักกันดีหน่อย)
เพียงแต่ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับตัวเอง...เพราะไม่มีใครรู้ดีพอที่จะจับโกหกเรา
เคยมีคนสอนวิธีโกหก...ว่าการโกหกที่แนบเนียนที่สุดคือ "การพูดความจริง"
เพียงแต่...ระดับใดใครจะรู้
เขียนไปเขียนมา...อ่านแล้วงง...คนเขียนยังงง...คนอ่านก็คงไม่เข้าใจ...
วันนี้ปวดตา...นอนน้อยไปหน่อย...คงได้เวลาพักแล้ว
แต่ก่อนไป...อัพเดทชีวิตวันนี้หน่อย...
วันนี้ตื่นเช้ากว่าที่เคย(และที่ควรจะเป็น)มาหาร้านขนมให้แม่...ซึ่งรู้ทีหลังว่าคงไม่ได้ใช้ >.< >>> แต่งตัว...เตรียมไปงานบาย'เนียร์ ไม่มั่นใจเอาเลย...แต่ก็ทำหน้าด้านๆ ลงไปข้างล่างจนได้ จนหม่าม้าบอกว่าดีเลยใจชื้นขึ้น แต่มาแป่วตรงเจเหล่งนี่แหละ...ทักซะไม่กล้าออกจากบ้าน >>> ออกประมาณบ่ายโมงครึ่ง ไปร้านใหม่ เตรียมเอามือถือไปเคลียร์ให้เดโหม่ง >>> รอจนมะเหมี่ยวลงมา...เลยลากไปด้วยกัน ให้เป็นคนเลือกซะ >>> ที่งาน...ขาย m28 ได้ 2,000 เอง...พระเจ้าช่วย...ซื้อมา 22,000 ... เลข 2 หายไปตัวเดียวเท่านั้น!!! >>> ไม่ซีเรียส...ดีกว่าปล่อยไม่ได้เลยจะเสียดายกว่า >>> จัดการจ่ายตังค์เรียบร้อย เช็คเครื่องเสร็จ ติดตรงที่ลงทะเบียนภาษาไทยอะไรซักอย่าง (ยอมรับว่าฟังไม่รู้เรื่องเหมือนกัน) ที่ต้องไปเคลียร์ที่ร้านอีกทีวันจันทร์ >>> เป็นเรื่องนึงที่ไม่เข้าใจ...การมอบหมายงานไม่ตรงกับความถนัดของคน...มาวานให้เราดู แต่...ชีวิตนี้กรูเคยใช้ที่ไหนล่ะ Smart Phone เนี่ย...อย่างดีก็เกาะของเพื่อนไปวันๆ ลงโปรกงโปรแกรมอะไรไม่รู้เรื่องซักอย่าง และไม่คิดจะซื้อด้วย (คิด...แต่ไม่ซื้อ) เพราะใช้ไม่คุ้มเงินแน่นอน เลยไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ใช้คนเล่น Smart Phone ด้วยกันซื้อฟระ!!! >>> ไปดูเครื่องตัวเองบ้าง...เสียใจสุดๆ เพราะว่า 13,xxx หายไปแล้ว...เหลือแต่ 14,310 บาท เลยไม่อยากซื้อ พร้อมไปดูราคา M2 และพบว่าซัดไปอีกสองพัน...น้ำตาไหลเลย...T^T >>> กลับบ้าน ไปมาบุญครอง และพบว่าที่งานถูกสุดแล้ว ดังนั้นพรุ่งนี้ข้าพเจ้าจะไปตบมาเครื่องหนึ่งให้ได้ ไม่งั้นคงรออีกนาน เพราะคงเซ็งจนหมดอารมณ์อยากได้ของใหม่ไปเลย >>> ไปงานโดยรถไฟฟ้า...การแต่งสวยนะ เพียงแต่ไม่ใช่แบบที่ชอบ อาหารก็งั้นๆ ถ้าเทียบกันแล้วของเราดีกว่า (ไม่ได้เข้าข้างตัวเอง ว่ากันตามจริง) เพียงแต่มันไม่เข้าตาสมัยนิยมน่ะ >>> ไม่รู้นะ แต่สำหรับเราค่อนข้างกร่อย เลยกลับกันก่อน แนนต้องอยู่รอพี่อ้อ... จริงๆ เราก็รีบกลับอยู่นะ แต่เดี๋ยวจะไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนแนน เพราะท่าทางแล้วคนที่ลอยตัวที่สุดคือเรา เลยอยู่เป็นเพื่อนมันสักหน่อย >>> ตอนจะกลับ...เป็นช่วงที่ปีสี่เริ่มแสดงพอดี (ก็ปีเราน่ะแหละ) เราเลยไม่อยากออกเลย เพราะเข้าใจความรู้สึกคนจัดงานว่าคิดยังไง เค้าคงเหนื่อยเนอะ แล้วเพื่อนๆ ยังไม่อยู่กันอีก...แต่แนนเดินไปเมาท์กับน้องนอกร้านแล้ว ... ก็เลยไปก็ได้ แอบเกรงใจเพื่อนเหมือนกัน โดยเฉพาะคุณเพียว เพราะว่าเห็นเมื่อคืนทำสไลด์จนดึกจนดื่น... ขอโทษด้วยนะคะ >>> ขาเดินออก แกยังเมาท์ไม่เลิก!!! >>> พอถึงบ้าน แวะเข้า 7-11 ก่อน ซื้อสเตคลีน เพราะว่าเสื้อสีตกไม่ไหวแล้ว เลอะถึงกระเป๋า!!! เลยต้องรีบทำความสะอาดก่อนที่จะทำอะไรไม่ได้ (ไม่เคยมีกระเป๋าอย่างนี้ด้วย เลยไม่รู้เรื่องเท่าไหร่) >>> ซื้อน้ำขวดมาด้วย...แต่ลืมให้เค้าเปิดขวดมาซะงั้น >>> เคยทำอะไรผิดมาก็เยอะ...แต่มีอย่างนึงที่ยังไม่เคยทำ...แต่วันนี้แอบเลว...ริจะทำซะงั้น แย่จริงๆ >>> ไม่ได้ทำไรอีกแล้ว...ไม่ได้ดูทีวี...อดดูตู้ซ่อนเงินเลย ดูทันแค่ตอนท้าย ก็เปิดคอมเลย...แล้วเล่นไปเรื่อย >>> แต่ตอนนี้ถึงเวลานอนแล้ว...ไปดีกว่า...
February 09 อัพเรื่อยเปื่อย...
![]() << ฉันเป็นแค่เพียงสิ่งเล็กๆ บนโลกใบนี้ >>
วันนี้มีบทความดีๆ จากเวบ "อาวินทร์" มาไว้อ่านเล่นอีกตามเคย
><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><
นางสาวมารยาท
ในยุคอินเทอร์เน็ต การเขียนจดหมายง่ายดายขึ้น บางคนเขียนจดหมายวันละยี่สิบสามสิบฉบับ ผมได้รับจดหมายแบบนี้เสมอ จดหมายที่ไม่มีชื่อผู้รับ ยิงตรงเข้าเป้าเลย ไม่ต้องโอ้โลมปฏิโลม ไม่ต้องเสียเวลา
จดหมายแบบนี้ผมไม่ค่อยอ่าน เพราะไม่รู้ว่าเขาเขียนถึงใคร จดหมายอีกประเภทหนึ่งสะกดชื่อผู้รับไม่ถูกต้อง จดหมายแบบนี้ผมก็ไม่ค่อยอ่าน เพราะไม่แน่ใจว่าเขาเขียนถึงผมหรือใครบางคนที่มีชื่อคล้ายผม ผมถือว่ามารยาทเป็นเรื่องอยู่เหนือเทคโนโลยีหรือแสตมป์จดหมาย
เมื่อเขียนจดหมายถึงใคร ก็ควรมีคำขึ้นต้นถึงคนนั้น มีคำลงท้ายให้เรียบร้อย เขียนถึงใครก็เขียนชื่อของเขาให้ถูกต้อง จะส่งงานให้ใคร ก็มีจดหมายปะหน้าไปด้วย
ไม่ใช่เรื่องมาก แต่เป็นการให้เกียรติทั้งกับคนรับและคนส่ง
เคยได้รับโทรศัพท์จากหลายคนที่ไม่มีคำว่า “สวัสดีครับ/ค่ะ” ไหม เมื่อเรายกหูโทรศัพท์ เขาก็รัวคำพูดเป็นชุดๆ เหมือนปืนกล พูดเสร็จแล้วถึงพบว่าโทร.ผิดหมายเลข
บ่อยครั้งคนที่โทร.เข้ามาไม่ถามก่อนว่า เราสะดวกที่จะคุยด้วยหรือไม่ เรากำลังอยู่ในห้องน้ำหรือไม่ หลายปีหลังๆ ผมเริ่มทำใจที่จำนวนคนที่มีมารยาทดีลดน้อยลงเรื่อยๆ และเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม ‘นางสาวมารยาท’ อยู่มาได้นานขนาดนี้ Miss Manners (แปลตรงตัวว่า นางสาวมารยาท) นักตอบปัญหาสังคม เจ้าของคอลัมน์แนว 'ศิราณี' ที่มีผู้อ่านทั้งโลกเคยบอกในการสัมภาษณ์ครั้งหนึ่งว่า
"คุณสามารถบอกว่าโลกนี้ไม่มีมารยาทสังคมหรอก
และคนจำนวนมากก็ไม่เคยใช้มารยาทในชีวิตประจำวัน
แต่ถ้าคุณประพฤติตนในทางที่ไปขัดคนอื่นที่คุณต้องติดต่อด้วย
พวกเขาจะเลิกสมาคมกับคุณเอง"
Miss Manners เป็นนามปากกาของ จูดิธ มาร์ติน นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน และนักตอบคำถามสังคม
เธอตอบคำถามทางใจและมารยาทสังคม คมและมีอารมณ์ขัน วิเคราะห์เก่ง มีความรู้รอบตัวสูง
เธอเขียนคอลัมน์ตอบคำถามเรื่องมารยาทสังคมมาตั้งแต่ปี 2521 ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กว่าสองร้อยฉบับทั่วโลก
ฟังดูเป็นเรื่องแปลกที่หลายคนไม่รู้เรื่องมารยาทสังคมเอาเสียเลย มีสถาบันหลายแห่งสอนวิชามารยาท วิธีการเดิน การกิน การพูด ฯลฯ
ทำไมเราต้องการมารยาท เราอยู่โดยไม่มีมารยาทไม่ได้หรือ? หลายคนบอกว่า มารยาทก็เหมือนหน้ากาก คือความไม่จริงใจ ทว่าปรัชญาเต๋าที่ไม่ยึดติดกับมารยาทกลับบอกว่า มารยาทเป็นสิ่งสำคัญ เต๋ามิได้มองมารยาทในมุมมองของหน้ากาก หรือการสร้างกฎเกณฑ์ล้อมกรอบตัวเอง
แต่ในมุมมองของความสุภาพ
ความสุภาพต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันคือความสวยงามอย่างหนึ่งของชีวิตสัตว์สังคม
การรู้จักเอ่ยคำขอบคุณทำให้คนฟังยินดี การยิ้มให้ใครคนหนึ่ง ทำให้โลกดูเบิกบานทันตาเห็น นี่คือความงามของชีวิตที่เราสร้างได้
นี่ยังเป็นเสน่ห์ที่ไม่ต้องลงทุนอะไร ยิ้มแทนที่จะเรียบเฉย ขอบคุณแทนที่จะนิ่งเงียบ ทักทายก่อนโดยไม่รู้สึกว่าเสียศักดิ์ศรี นางสาวมารยาทกล่าวว่า "มีคนมากมายที่บอกว่า 'เราไม่แคร์มารยาทสังคมหรอก แต่เราทนไอ้คนนั้นประพฤติไม่ได้เลย และเราไม่ต้องการมันแถวนี้หรอก'
มารยาทสังคมไม่มีผลการต่อต้านเท่ากฎหมาย
แต่การต่อต้านหลักที่เราทำคือการไม่สมาคมกับคนที่มีพฤติกรรมสุดทน" มารยาทไม่ว่าในรูปใด ควรทำให้เป็นกิจลักษณะ มันไม่ใช่จู้จี้หรือเรื่องมาก แต่ทำให้คนที่เราติดต่อด้วยรู้สึกดี เล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ทำให้โลกสดใสขึ้น (พิมพ์ครั้งแรก เปรียว 2550) วินทร์ เลียววาริณ www.winbookclub.com 27 มกราคม 2550 ><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><
เห็นด้วยกับทุกอย่างที่คุณอาคิด...
แต่บางที...มันก็เป็นสิ่งที่...เราทำอะไรกับมันไม่ได้
มารยาท...มันมีมาตรฐานต่างกันไปในแต่ละที่
การที่เรามีมารยาทในที่หนึ่ง...อาจจะเป็น "กิริยาต่ำๆ" ของอีกที่ก็ได้
ซึ่งเราก็คงทำได้แค่การทำให้ดีที่สุด...เท่าที่จะทำได้
นอกจากนั้น...มาตรฐานมารยาทก็แตกต่างกันไปในแต่ละคนอีก
บางคนทำแค่นั้นเค้าก็ว่าดี...ในขณะที่บางคนไม่คิดเช่นนั้น
และถ้าคนที่คิดแตกต่าง มันเป็นเรา...ไม่ว่าจะเป็นคนไหนก็ตาม
เราก็คงรู้สึกรำคาญ และอึดอัดไม่ใช่น้อย
คงไม่ยาก ถ้าเป็นคนสนิท-รู้จักกัน
แต่ถ้าเป็นคนที่ไม่สามารถบอก-พูดอะไรได้ล่ะก็
คงทำได้แต่...พยายามยอมรับ และทำใจ
Maya Angelou เคยบอกไว้ว่า...
(เอามาจาก "คมคำคนคม" ของ "อาวินทร์" อีกแล้วค่ะ)
If you don't like something, change it. If you can't change it, chage your attitude. Don't complain.
ถ้าคุณไม่ชอบสิ่งใด เปลี่ยนแปลงมัน ถ้าคุณเปลี่ยนแปลงมันไม่ได้ จงเปลี่ยนทัศนคติของคุณ อย่าบ่น
><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><
update ชีวิตวันนี้...
ไม่ได้ทำอะไรมีสาระเท่าไหร่...ตื่นไปซื้อเสื้อไปงานบาย'เนียร์พรุ่งนี้
(รับไปหรือเปล่า?...ค่อยหาเสาร์เช้าไปเสาร์เย็นก็ได้นะ)
จริงๆ โดยตัวเองแล้วไม่ซีเรียสมากหรอกนะ...ตามประสาเราน่ะแหละ
แต่ว่า...ถ้าดูตามอายุและกาละเทศะแล้ว...ก็สมควรนิดนึง
แต่ที่ได้มาอีกอัน...ก็คือ "รองเท้าผ้าใบ" ครับท่าน...
สมใจเสียที...
หลังจากซัดรองเท้าผ้าใบที่เต็มไปด้วยความทรงจำต่างๆ ไว้ที่อเมริกา
เพราะสภาพมันเน่าเหลือทน...เหอะๆ
ถึงแม้คู่นี้จะมีที่มาเหมือนกัน...คือไม่ได้เลือกเองทั้งสองคู่
แต่หวังว่า...ความทรงจำที่จะเจอต่อไปนี้...
คงแตกต่างไปจากคู่ก่อน
อาจจะดูแปลกๆ นะ...แต่เราผูกพันกับรองเท้าผ้าใบมาก
ไม่ว่าคู่ไหนๆ ดูมันจะมีความทรงจำบรรจุอยู่ด้วย
ไม่รู้เป็นอะไร...
แตกต่างไปจากรองเท้าอื่นๆ
กลับบ้าน...ก็เอา SE 750i ให้พี่เล็กดู
แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันอีกเลย
วันนี้...ไม่ได้กินอะไรเลยจนกระทั่ว 5 โมงเย็น
มีผัดวุ้นเส้น กับคึ่นช่ายผัดหมู...แล้วก็ต้มยำปลา+กุ้ง...
เหมือนจะเยอะนะ...แต่กินอย่างละหน่อย...
เหนื่อย...ไม่อยากกิน
จนกระทั่งเมื่อกี้...กิน Deliya หมดกล่องซะงั้น
แย่แน่กรู
><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><
Today's Speacial:- HAPPY BIRTHDAY TO 'PURE' นะจ๊ะ...มีความสุขมากๆ ค่ะ
><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><:><
February 08 ...ขอแค่ได้ฝัน...
เนื่องจากคุณตั๋มบอกว่าแสบตา...งั้นวันนี้กลับมาโทนเดิมละกันนะ
...............
วันนี้ตื่นสาย...ทั้งวันไม่ได้ทำอะไร นอกจากเล่นเน็ต
ออนเอ็มไว้ทั้งวันแต่ไม่ได้คุยอะไรกับใครเลย
ฟังเพลงไปเรื่อย
อินโทรเพลงนี้ขึ้นพอดี... "ขอแค่ได้ฝัน - เติ้ล ตะวัน จารุจินดา"
ซักพักก็มี Pop-up ของ msn ขึ้นมา...
พลันสงสัยว่า...ก็เรา set busy อยู่นี่หว่า...มันขึ้นมาได้ยังไง
แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าเราตั้งแจ้งเตือนเหตุการณ์ไว้...สำหรับชื่อเค้า
เอ...เราจะเข้าไปทักเค้าดีไหมนะ...
เค้าจะคุยกับเราหรือเปล่าหว่า...
แล้วพี่เติ้ลก็ร้องขึ้นมาว่า...
อยู่ตรงนี้ดีกว่าขอแค่มองเธอไกล...ไกล
แค่เก็บเธอไว้ในใจไม่ต้องการจะผูกพัน ไม่ได้เรียกร้องอะไรขอแค่มองแค่ได้ฝัน ไม่สำคัญ...ว่าเธอนั้นมีใคร อย่างนั้นก็ขอมองอยู่ตรงนี้แล้วกันนะ...
ถึงไม่ได้คุย...เห็นชื่อก็ยังดีน่า
พออมยิ้มไปได้บ้าง
แอบส่งยิ้มให้เธอ...แม้ว่าเธอไม่เห็นมัน
ยังเก็บไปฝันกลางวัน...แม้ว่ามันไร้จุดหมาย เก็บความหวั่นไหวที่มี...กับรักครั้งนี้เป็นไปไม่ได้
ไม่เป็นไรสุขหัวใจแค่ได้ฝัน
ก็รู้นะว่าเป็นไปไม่ได้ และเค้าก็มีคนของเค้าอยู่แล้ว
แต่การได้คิด ได้ชอบไปข้างเดียวอย่างนี้ก็ บางทีก็สุขใจเล็กๆ เหมือนกันนะ
ได้คิดถึงว่าวันนี้เค้าเป็นยังไง มีความสุขดีไหม หัวเราะอยู่หรือเปล่า
เลิกงานหรือยังนะ ทานข้าวอิ่มไหม สบายดีหรือเปล่า
แค่ขอ...เป็นคนห่วงใย
ได้รักไกลๆ คิดถึงใกล้ๆ เท่านั้น
ไม่คิดจะไปยืนแทนเขาคนนั้น...ได้แค่ฝันฉันขอแค่นั้นก็พอใจ ส่งข้อความไปทักทายนิดนึงน่า
ไม่รู้ว่าอยู่ไหม...แต่ข้อความทักทายสั้นๆ คงไม่ได้รบกวนอะไรนัก
นั่งยิ้มอยู่หน้าจอ...ให้เค้า
เผื่อความรู้สึกดีๆ จะส่งไปถึงเค้าได้
แม้ว่าจะไม่ได้รับการตอบรับ...แต่ก็หวังว่าผู้รับคงรู้สึกดีอยู่บ้าง
แอบส่งยิ้มทุกวันแม้ว่ามันเหมือนคนบ้า ยังคิดถึงทุกเวลาแม้ว่าฟ้าไม่เข้าใจ
เก็บความหวั่นไหวที่มีกับรักครั้งนี้เป็นไปไม่ได้
ไม่เป็นไรสุขหัวใจแค่ได้ฝัน
ไม่มีคำตอบกลับใดๆ...
ไม่เป็นไร...อาจจะงานยุ่งอยู่
หรือด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่...
แต่เราก็รู้สึกดีแล้วล่ะ...ที่อย่างน้อยก็ได้ส่งความรู้สึกดีๆ ไปให้
ผ่านข้อความทักทายสั้นๆ
ผ่านสายโทรศัพท์
ผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์
แค่ขอ...เป็นคนห่วงใย
ได้รักไกลๆ คิดถึงใกล้ๆ เท่านั้น
ไม่คิดจะไปยืนแทนเขาคนนั้น...ได้แค่ฝันฉันขอแค่นั้นก็พอใจ สุขแค่ฝันฉันขอแค่นั้นก็พอใจ... เค้าออกไปแล้ว...
ได้เวลาทานข้าวเย็นพอดี...
หวังว่าเค้าคงทานข้าวอร่อยนะ
เลิกงานพักผ่อนเยอะๆ จะได้มีแรงทำงานต่อพรุ่งนี้...
สุขแค่ฝันฉันขอแค่นั้นก็พอใจ...
...............
งานชิ้นนี้...ลอกแนวความคิดมาจาก คุณXXX (ขอโทษนะคะที่จำชื่อไม่ได้ T^T) จากบอร์ด "อาวินทร์"
ลองเนียนๆ ดู...แต่ยังห่างไกลอีกหลายปีแสงค่ะ
ต้องพัฒนามากกว่านี้...ฝึกฝนไปเรื่อยๆ
ก็คงจะดีขึ้นซักวันล่ะนะ
วันนี้ไม่ได้ทำอะไรเท่าไหร่...
จริงๆ ต้องลองเล่นโปรแกรมที่เพิ่งซื้อมา...เผื่อจะแก้ตรงไหนจะได้บอกเค้าได้...ให้แก้ทีเดียว
แต่เพราะเมื่อคืนนอนซะเช้า...แถมตื่นเร็วกว่าปกติ
สภาพสายตาและสมองตอนนี้เลยไม่เอื้ออำนวยต่อการมองหน้าจอ & คิดอะไรเลย
ส่วนงานโลโก้นั้น...ท่าทางต้องรื้อใหม่เสียแล้ว
เพราะหลายๆ เสียงไม่เห็นด้วย...
ดีที่พี่ใหญ่ยังไม่ได้ซื้อผ้ามาครบ...เลยยังดิ้นเรื่องสีได้บ้าง
ส่วนแบบ...คาดว่าลงตัว และคงไม่ปรับอะไรอีกแล้ว...
นอกจากความกว้างเพิ่มอีกข้างละ 3 นิ้ว แต่ก็ต้องลองคุยกันอีกทีก่อน
เฮ้อ...จริงๆ เราก็โชคดีนะที่มีโอกาสได้ลองงานถึงสองงานในปีนี้
จะได้รู้ว่าอนาคตคงไม่จับงานด้านพวกนี้เป็นงานหลักแน่ๆ
เพราะไม่ใช่ตัวเราเลยจริงๆ...ให้ตายเหอะ
01:06 น. แล้ว... ควรไปทำงานให้เรียบร้อยก่อนที่จะแย่ไปกว่านี้
ตอนนี้นอกจากปวดตาแล้ว...ตายังหนักมากๆ อีกตะหาก (ง่วง >.<)
พรุ่งนี้มีแผนเรียบร้อย...
ไปงาน TMB2007 ที่ศูนย์สิริกิตติ์ กับแนนตอน 11 โมง
คาดว่าคงใช้เวลาค่อนข้างเยอะ...
ไม่เข้าใจว่าอยากเปลี่ยนมือถืออะไรกันตอนนี้เยอะจังเลย
ทั้งสองแนน พี่เล็ก น้าเรา แล้วก็ตัวเองอีก
ดังนั้น ต้องเชียร์ให้ซื้อยี่ห้อเดียวกันเสียแล้ว
จะได้ไม่ต้องเดินเยอะ...ขี้เกียจ
คิดอย่างนี้แล้ว...เปลี่ยนจาก Dopod M700 เป็น SE 990i ได้ไหมเนี่ย...
ขี้เกียจเดิน!!!
...............
อาหารวันนี้ :-
เช้า - ไม่กิน เพราะตื่นมาก็สายแล้ว
กลางวัน - ข้าวผัดอะไรซักอย่าง (ประมาณว่าไปช้าไง...กับข้าวจะหมด เลยไม่รู้มันผัดอะไร...หาเนื้อไม่เจอ!!)
กับ ปลาแซลมอนผัดเห็ดญี่ปุ่น ฝีมือคุณนายคนโต
เย็น - ผักกาดขาวเห็ดหูหนูปูอัด แฮ่กึ๊นชิ้นนึง (ไม่ได้กินข้าว...ขี้เกียจเคี้ยว!!)
ดึก - เปเล่ 2 ห่อ (หมดพอดี!!) ไมโล 1 แก้ว มะม่วงอบอีกหน่อยนึง
(ทั้งวันดูเหมือนจะดี...แต่มาตกม้าตายตอนดึกนี่ล่ะ...รู้แล้วทำไมลดไม่ได้ซะที >.<)
...............
February 07 รู้แล้วๆ
สาเหตุที่เราเลิกติดอินเตอร์เน็ต...
1. ไม่รู้จะเข้าเวบอะไรดี...
จะเข้าไปอ่านจ่าว-บทความที่สนใจ...ช่วงนี้ก็ปวดตา เพราะนอนน้อย แล้วยังจะใช้สายตาเยอะอีก เลยลดๆ เลิกๆ มั่งซะดีกว่า (แทนที่จะรีบๆ เข้านอน)
2. คอมพ์เฉื่อย...เน็ตช้า...
ตามนี้เลย...คอมพ์เฉื่อยเหลือเกิน...จะไปเพิ่มแรมแล้ว ไม่พอกินจริงๆ...วันก่อนโน้นเดินพันธ์ทิพย์แล้วเห็นราคาโน้ตบุ้คตัวเองแล้วหงุดหงิดยังไงไม่รู้ แม้ว่าจะซื้อมานานแล้วก็เหอะ แต่เห็นของราคาเท่ากันที่ดีกว่าเยอะแยะมากมาย แล้วรุ่นตัวเองราคาตกน่าเกลียดอย่างนี้มันอารมณ์เสียอ่ะ
ส่วนอินเตอร์เน็ต...ไม่ขอบ่นอะไรมาก...แค่ให้ใช้ก็บุญแล้วคร้าบ...กราบของพระคุณเจ้าของเน็ตมา ณ ที่นี้ด้วย
3. เมมเต็ม...
สาเหตุหนึ่งที่เราติดเน็ตก็เพราะบิทเนี่ยล่ะที่ทำให้เราโหลดเพลง(แปลกๆ)ได้เยอะแยะเต็มไปหมด...คาดว่าถ้าโหลดเยอะกว่านี้...ข้าพเจ้าจะหนีไปเรียนภาษาสเปนให้รู้แล้วรู้รอดจริงๆ นะ เพราะฟังไม่ออก...หงุดหงิดๆ (อิอิ)
พอโหลดเยอะๆ ฮาร์ดดิสก์ก็เต็ม...ตอนนี้ดิ้นไปไหนไม่ได้เลย คาดว่าอีกหน่อยจะสบายตัวขึ้น เพราะจะหาเวลาไรท์แผ่นเอาเพลงที่ตอนนี้กินเนื้อที่ไปอย่างน้อย 17Gb (ตามที่อัพเดทล่าสุด!) ออกเสียที (คาดว่าจะใช้ซีดีประมาณ...หมดเท่าที่มีเลยล่ะ -_-")
4. งานเยอะ...
โครงการในหัวมากมาย...แต่คงเคลียร์ไปทีละอย่าง เพราะว่ากลัวทำไม่ดีซักอย่าง (ขนาดทำอย่างเดียวยังไม่ได้เรื่องเลยอ้ะ)
5. โดนด่าแล้ว...
ไม่ใช่เรื่องอื่นใด...เรื่องเรียนนั่นเอง เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมายังไม่เคยอ่านหนังสือเป็นจริงเป็นจังซักที ขนาดสอบมิดเทอมยังอ่านเรื่อยๆ เลย (พอเห็นคะแนนแล้ว...ก็ไม่รู้สึก!! ซะงั้น!!) ทำให้แม่เริ่มหงุดหงิดจนทนไม่ได้ที่จะบ่นเราบ้างแล้ว แต่ข้อดีคือ ทำให้เราสามารถโดดงานได้โดยมีข้ออ้าง และมีคนสนับสนุน (นี่แหละงานที่ทำอยู่ถึงไม่ดีซะที เพราะหาโอกาสแว้บอยู่เรื่อย) เพราะถึงเราโดดไป แต่ไปดูหนังแทนที่จะอ่านหนังสือ...แม่ก็ไม่รู้นี่... (อ่าว...เลวแล้วๆ!!)
6. หันมาติดอย่างอื่นแทน...
มิใช่อื่นใด ของเล่นเก่านั่นเอง...ตอนนี้หันมาติดโปรแกรมตามเคย และก็เป็น Photoshop อีกแล้ว กะว่าจะมาฟื้นความรู้หลังจากที่ห่างหายไปนาน ประกอบกับมีงานหนังสือรุ่นเข้ามาพอดี เลยจะถือโอกาสซะหน่อย รวมทั้งอยากลองเล่น Illus ดูบ้าง เพราะท่าทางแต่งอะไรง่ายกว่า และสวยกว่าด้วย...แต่จริงๆ มันอยู่ที่หัวเรานี่แหละที่ไม่ครีเอตพอ ตอนนี้เลยได้แต่หาภาพสวยๆ มา...แล้วพยายามทำตามให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะสามารถ
หันมาติดกล้อง...กะว่าเจอะอะไรถูกใจก็ถ่ายๆ เก็บไว้...แล้วมาคัดดู ถ่ายเอาเยอะไว้ก่อน จะได้ฝึกมือไปด้วย แล้วหวังว่าถ้าถ่ายไปเยอะๆ ต่อไปจำนวนที่ถ่ายคงค่อยๆ ลดลงเองตามฝีมือที่พัฒนาขึ้นนั่นแหละมั้ง แม้ว่าจะยังไม่มีตังค์ซื้อกล้องที่ทำอะไรได้มากกว่านี้ (จะเป็นพวกดีเอสฯ ก็แพงไปนี่นา) แต่ก็ถือว่าฝึกเรื่องมุมมอง เรื่องแสงสี ไปก่อนแล้วกัน...โฟก๊ง โฟกัส...ระบบแมนน่ง แมนนวล อะไรค่อยมาว่ากันทีหลังก็ยังไม่สาย
เอ...ย้อนขึ้นไปอ่านอีกที...ทำไมเหตุผลแต่ละข้อมันขัอแย้งในตัวเองทั้งนั้นเลยหว่า...ปวดตา แต่ดันอยากทำอะไรเกี่ยวกับโฟโต้ ... แม่ให้อ่านหนังสือ แต่ดันมาติดอย่างอื่นแทน...แต่เอาน่า...ดีแล้ว จะได้ไม่ติดเน็ต เพราะพอมาทบทวนดูแล้ว รู้สึกว่าใช้เวลาเปล่าประโยชน์ยังไงไม่รู้ว่ะ...
แต่ที่แน่ๆ คือคงอัพสเปซบ่อยขึ้น เพราะว่าไม่รู้จะเข้าเวบอะไรเนี่ยแหละ...
วันพฤหัสบดีที่ 8 ถึงวันอาทิตย์ที่ 11 นี้มีงาน Thailand Mobile Expo ที่ศูนย์สิริกิตติ์นะ แล้วก็มีงาน ComWorld ช่วงเวลาเดียวกันที่ชั้น 5 สยามพารากอน...ใครอยากเดินทัวร์ เดินซื้อ...ก็เตรียมกระเป๋าตังค์ไว้ดีๆ ล่ะ...แต่ที่แน่ๆ ได้ฤกษ์ถอยมือถือใหม่แล้วเรา...จะได้เลิกลากกล้องไปไหนต่อไหนซะที...จนสภาพมันไม่เหลือดีแล้วเนี่ย!!!
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
มาอัพเดทชีวิตตัวเองวันนี้นีดนึง...
วันนี้ตื่นสาย (จริงๆ ก็สายมันทุกวันแหละ) เลยไปถึง ม. ช้านิดนึง เรื่องหนังสือรุ่น...หลังจากคุยแล้วก็รีบออกมาประมาณบ่ายสองนิดๆ (นัดคุณพงษ์ศักดิ์ไว้บ่ายสอง...รู้สึกแย่มากๆ) พอขึ้นแท๊กซี่ได้เลยนั่งคิดเรื่องที่คุย แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่า...คุยอย่างนี้ไม่ต้องมาถึง ม. ก็ได้นี่หว่า เปลืองค่ารถ และเสียเวลาเปล่าๆ... แต่เอาเหอะ ปีสุดท้ายแล้ว บ่นไปก็เท่านั้น
ไปถึงช้ากว่าพวกพี่เค้าซักพัก แต่ก็ให้พี่เราดูให้ก่อน หลังจากนั้นก็เข้าไปสังเกตการณ์...เผื่อวันหลังจะได้ทำเป็น...
(เรื่องอย่างนี้ล่ะอยากรู้อยากเห็นนัก...พ่อครัวทำอาหารอยู่ทุกวัน ไม่เค้ย-ไม่เคยอยากจะรู้อะไรหรอก)
เรื่องลงโปรแกรม หรือเรื่องทั่วๆ ไปน่ะไม่เท่าไหร่หรอก เพราะก็ไม่ต่างกับที่เคยทำมากนัก แต่ที่อยากรู้คือที่พี่เค้าเขียนโปรแกรมข้างนอกนี่ดิ...จะไปนั่งดูนานๆ ก็เกรงใจ แต่ว่า...อยากรู้ง่ะ >.<
นี่คิดจริงๆ นะว่าอยากเรียนด้านคอมพ์ต่อระหว่างทำงาน ตามที่ไปดูมาต้องไปสมัครที่วิศวะ จุฬา เพราะว่าวิทยาคอมพ์ เค้าไม่เปิด ป.โท ... คือเรียนสาขาวิทยาคอมพ์นี่แหละ แต่ไปเรียนคณะวิศวะ(ที่ใฝ่ฝันมานาน!!!...เหอๆ) แต่ติดที่วิชาที่ใช้สอบ...เราไม่มีความรู้เลย...ไม่รู้อ่านหนังสือจะช่วยได้ไหม...ไม่เคยเรียนคอมพ์ด้วยหนังสือซะด้วยสิ
ที่สำคัญคือ...กับงานออดิทนี่ไม่รู้ว่าจะให้เวลากับมันได้ซักเท่าไหร่...เพราะโครงการหลายอย่างเหลือเกิน...
ที่อยากเรียนเพราะว่านอกจากอยากรู้แล้วมันก็เป็นประโยชน์กับงานออดิทเหมือนกันนะ โดยเฉพาะจากที่ได้ยินมาเค้าว่าผู้ตรวจสอบทางสารสนเทศมีไม่ค่อยมากเสียด้วย...เลยดูท้าทายดี...งานจะได้ไม่น่าเบื่อมากนัก ถึงแม้จะไม่ได้ชอบเนื้องานจริงๆ แต่ถ้าทำงานแล้วสนุกก็คงจะดี
ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า...มัวอ้อยอิ่งไปเรื่อยๆ ได้นอนเช้าอีกแหงๆ...
ช่วงนี้อยู่ในช่วงพยายามที่จะแก้นิสัยและปรับตัวให้เข้ากับเวลาคนทำงานปกติ เพราะตอนทำงานจะได้ไม่มีปัญหา และที่สำคัญสุขภาพจะได้ดีขึ้นด้วย...ช่วงนี้ปัญหาเรื่องนี้เยอะจริงๆ (ถ้าถามเค็งคงไม่แคล้วดวงตกแน่ๆ!!!)
February 06 If you want...
ไปจิ๊กมาจากชื่อเอ็มคุณเฟอร์นเค้ามา...
เห็นด้วยเต็มที่เลยทำนองว่า..."ถ้าอยากได้ลูกเสือ ก็ต้องเข้าถ้ำเสือ"
โอกาสโดนเสืองาบก็คงมีบ้าง...แต่ถ้าไม่คิดจะทำอะไรเลย เราจะได้โอกาสนั้นมาได้อย่างไร
แต่บางทีถ้าโดนเสืองับเข้า...ก็คงต้องเข้าโรงหมอกันซักหน่อยแหละ...
...................................................................................................
ตีหนึ่งครึ่งแล้ว... หันไปทำงานหน่อย...หมดอารมณ์เขียนต่อแล้ว...มันสะดุด
ไว้อัพใหม่วันหลังดีกว่า...
ฝันดีทุกคนนะคะ.. ^^
February 05 It's just a second WIND.
อาจเป็นเพราะช่วงนี้กำลังยุ่งๆ กับโครงการที่(บังคับ)อาสาเข้าไปทำ
เวลาว่างก็เลยไม่เยอะนัก...ที่มีนิดๆ หน่อยๆ ก็มานั่งจินตนาการว่า...
ถ้าสำเร็จจะมีรูปร่างเป็นยังไง
เพราะถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยากจะทำ...
แต่ถ้าทำแล้ว...ก็ต้องลุยกันหน่อย
ไว้หมดความอดทนเมื่อไหร่ค่อยชิ่ง!! (อ่าว!)
ด้วยเวลาที่อะไรทำอยู่ตลอดเวลา
เลยไม่ทันได้คิดถึงเรื่องที่กำลังมีปัญหาอยู่เท่าไหร่
จนวันก่อน...มีอะไรมาสะกิด
แล้วมันดันประจวบเหมาะกับเวลาว่างที่มีอยู่พอดี
เป็นช่วงที่วางแผนไว้ว่าจะไม่ทำอะไร...
คิดจะพัก...(คิดถึง "คิทแคท" !!!)
ก็เลยมานั่งคิดแต่เรื่องที่โดนสะกิดนี่แหละ
วันนี้มีถ่ายรูปรุ่น...
ก็ไปเจอเรื่องสะกิดใจเข้าอีก...
ทำให้ไม่มีโอกาสคัดรูปที่จะเอาลงคอมให้แป๊ะเลย...
...It's just a second wind...
€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€
€€ €€
€€ ...คราวนี้เขียนแบบงงๆ... €€
€€ ...เพราะแยกประสาทไม่ค่อยถูก... €€
€€ ...จริงๆ อยากจะเขียนตั้งแต่เมื่อวาน... €€
€€ ...เพราะอารมณ์กำลังมา...หุหุหุ... €€
€€ ...แต่เค็งดันทำเครื่องดับ... €€
€€ ...เลยต้องเขียนใหม่... €€
€€ ...ได้แค่เนี้ย... €€
€€ ...เซ็ง... €€
€€ ... €€
€€ . €€
€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€€
วันนี้ไปถ่ายรูปรุ่นมา...
เจอเพื่อนเยอะแยะมากมาย...รู้สึกแปลกตาจัง
เพราะว่าเทอมนี้ไม่ได้เรียนกับใครเท่าไหร่เลย...แล้วเรียนแค่สามวันเท่านั้นเอง
เลยแปลกๆ...
และก็เป็นโอกาสดีที่เราได้ถ่ายรูป...
ถ่ายอะไรไม่รู้...มั่วไปหมด...แต่สนุกดี
ลองถ่ายอะไรแปลกๆ...ถ่ายดะไป...ได้อะไรเท่าไหร่ก็เอา
กะว่าฝึกไปเรื่อยๆ...คัดแต่รูปที่ดีๆ...หวังว่าซักวันจำนวนรูปที่คัดออกคงลดลงเรื่อยๆ
แต่ที่เสียดายอย่างคือ...
ตอนเอารูปใคณแป๊ะไม่มีโอกาสคัดรูปเลย...แอบอายเล็กน้อย เพราะตอนมาดูทีหลังบางรูปก็แอบเบลอ
เอาน่า...ขำๆ เนอะ February 02 ขอบใจนะจ๊ะ...รักเธอจังThanks soOoo much & Love you Guys..
จากที่อัพไปวันก่อน...ขอบคุณเพื่อนๆ ที่เป็นห่วงเป็นใยมา ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ...ซึ้งใจมาก
จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก...เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้เป็นอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าเดาเรื่องนี้ได้ไม่ยาก และเตรียมใจมาตลอดเวลาอยู่แล้ว...เลยไม่หนักหนาอะไรมากนัก
เคยได้ FW Mail มาฉบับหนึ่ง...คิดว่าคงเคยอ่านกันแล้ว แต่เห็นว่าความหมายมันดีเลยเอามาลงไว้ให้ (ตัวเอง) อ่าน...
ในขณะที่เราคิดถึงคนๆ นึงตลอดเวลา
เค้าคนนั้นก็อาจคิดถึงคนอื่นอยู่ก็เป็นได้ และบางครั้งก็อาจมีคนที่คิดถึงเรา...โดยที่เราไม่สนใจเลยเช่นกัน บางครั้ง การได้ฝันไปคนเดียว มันก็ดีกว่าการได้รู้ความจริงที่ว่า... สิ่งที่เราคิดทั้งหมด...มันคือความฝันของเราเองเพียงคนเดียว ฉะนั้น...ไม่แปลกที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะจมกับความฝัน มากกว่าการได้รับรู้ความจริง
การไม่ได้เป็นที่ 1 ในใจเค้า ไม่ใช่เรื่องน่าเศร้า... เราอาจเป็นที่ 2 ซึ่งมันก็ยังดีกว่าเป็นที่ 3 ที่ 4... และหากเราเป็นที่ 10 ในใจเค้า... ก็ขอให้คิดไว้ว่า...ดีกว่าเราไม่มีความสำคัญอะไรในใจเค้าเลย แต่โปรดจำไว้เถอะว่า หากหัวใจของคุณยังไม่ร้องไห้ออกมาดังๆ พร้อมกับพูดกับตัวเองว่า...ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว โปรดห้ามใจเถอะ ก่อนที่ชั้นจะอ่อนล้าไปกว่านี้... ก็จงชอบต่อไปเถอะ การรักใครซักคนไม่ต้องการความพยายาม “การตัดใจ” ต่างหาก ที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากมาย ลองชั่งน้ำหนักในใจเราดูสิว่า ความสุขยามที่คุณได้สบตาเค้า กับความทุกข์ยามที่คุณต้องคอยหลบตาเค้า อันไหนมันหนักหนากว่ากัน อย่าโทษตัวเอง ที่มาเจอเค้าสายเกินไป... อย่าโทษเค้า ที่ไม่มีใจให้... อย่าโทษโชคชะตาที่ทำให้เราพบกัน แต่ไม่ได้ทำให้เราใจตรงกัน แต่จงยิ้มให้กับตัวเอง ที่อย่างน้อย...ถึงจะพบกับเค้าคนนั้นสายเกินไป แต่ก็ยังได้พบ... ยิ้มให้เค้า ที่ถึงจะไม่ได้ให้ใจเรามา แต่ก็ยังได้รับหัวใจของเราไป... ยิ้มให้กับโชคชะตา ที่ยังทำให้เรา...ได้รู้จักกัน คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ครั้งหนึ่ง คุณได้เจอคนที่คุณอยากเก็บรอยยิ้มของเค้าไว้คนเดียว คนที่คุณใส่ใจกว่าตัวคุณเอง... คนที่ทำให้คุณหัวเราะ...และร้องไห้ได้มากมาย... คนที่เพียงแค่ยิ้มของเค้า ก็สามารถเปลี่ยนวันที่หมองหม่น...ให้กลายเป็นวันที่สดใส เท่านี้มันก็เพียงพอแล้ว ไม่ใช่หรือ? แค่การได้เห็นคนที่เรารัก ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ เคยรู้สึกอย่างงี้มั้ย........ ไม่ได้มาโหมดเศร้าเคล้าน้ำตาแต่อย่างใด...เพียงแต่ว่ามันเป็นมุมมองที่เราคิดว่าดีนะ
การรักใครสักคน...ไม่จำเป็นว่าต้อง "สมหวัง" เสมอไป...
เพียงแต่ว่า...นิยามคำว่า "สมหวัง" และ "ความรัก" ของแต่ละคน
มันแตกต่างกันไม่รู้กี่ร้อยกี่พันแบบนี่สิ
ช่วงนี้ไม่มีเวลาเศร้าเท่าไหร่...ถือเป็นโชคดีนะที่มีโปรเจคเข้ามาในหัวพอดี
ทำให้ยุ่งตลอดเวลา...ไม่มีเวลาคิดฟุ้งซ่าน...
งานหนักขนาดไหนน่ะเหรอ?
ก็ขนาดทำให้เราไม่ติดอินเตอร์เน็ตแล้วเลยอ่ะ
อึ้งอ่ะดิ!!!
อ่อ...อย่าเถียงล่ะว่าก็ยังเห็นเราออนไลน์อยู่...
ทั้งนี้ทั้งนั้นเนื่องจากต้องใช้อินเตอร์เน็ตในการทำงานช่วงดึก...ถึงดึกมาก
เวลาตื่นก็เลยเคลื่อนไปตามเวลานอน -_-"
ก็เล่นมันซะเกือบเที่ยงเกือบทุกวัน...ยกเว้นติดงาน
วันพรุ่งนี้ทีแรกมีนัดรับของตอนเช้า...10 โมง (เช้าไหมเนี่ย...แต่มันเช้าของเราอ่ะ)
เรายังนึกในใจว่า...ตายแน่เรา...
วันก่อนนัดคุยงาน 11 โมง...เราตื่น 11 โมง !!!!!!!!!!!!!
พอตอนบ่าย...โทรเข้ามา...
"เอ่อ...ขอโทษด้วยนะครับ พี่ติดส่งของอีกเจ้านึงก่อน
กลัวมาส่งให้น้องไม่ทัน...
พี่เลื่อนเป็นซักประมาณบ่ายสามจะสะดวกไหมครับ"
โอย...พี่ขา...หนู say yes แทบจะไม่ทัน...
ในใจลิงโลดสุดๆ...พรุ่งนี้ตื่นสายได้แล้วกู
นัดคุยงานสามงาน...ตอนบ่ายหมด
แต่นึกไปนึกมา...
อย่างนี้ตอนบ่ายกรูก็เหนื่อยรากเลือกเลยดิว้า... >.<
เอาน่าๆ...ไหนๆ ก็(บังคับ)อาสามาทำงานนี้แล้ว...
ต้องลองให้เต็มที่ซักหน่อย...
ถ้าเริ่มงานตัวเองแล้ว...งานนี้ดูท่าไม่ไหว...จะได้ถอนตัวออกมาเป็นทัพหลังทัน
ตอนนี้ก็เป็นทัพหน้าไปพลางๆ ก่อน...เท่าที่ทำได้น่ะนะ
-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-=-
กลับมาเรื่องเก่าเสียหน่อย...
ไม่รู้ว่าคุณจะได้อ่านไหม...สำหรับข้อความที่ฝากไปในสเปซเราสองครั้งที่ผ่านมา...
ไม่ว่าจะได้หรือไม่ได้...เอาเป็นว่าเราถือว่าได้ละกันนะ (ซะงั้น!!!)
แล้วก็ "ขออนุญาต" โดยที่ไม่ต้องรอคำตอบรับจากคุณ
เพราะมันเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของเรา
ที่จะ "ชอบคุณต่อไป" เรื่อยๆ...
จนกว่าเราจะเลิกชอบไปเอง
มันก็เป็นแค่สิ่งที่เราคิดในหัวอ่ะนะ...
ไม่ได้จะไปทำอะไรรบกวนคุณหรอก
แค่เป็นการ "แจ้งให้ทราบ" อ่ะ
(ไม่ใช่ "ขออนุญาต" ตะกี้ใช้คำผิด!!)
ก็ขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วย...
และขอให้โชคดีในความรักของคุณครั้งนี้
เพราะ...
แค่การได้เห็นคนที่เรารัก
ได้หัวเราะอยู่กับใครสักคนที่เค้ารักมากที่สุด นั่นแหละคือความสุขของการได้รัก...อย่างจริงใจ "เคยรู้สึกอย่างนี้ไหม?................."
|
|
|