Praew's profile::: SnowBelL :::PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 17

    เชียงใหม่ 03

     เชียงใหม่...วันที่ห้า...ยาวนะคะ...ขี้เกียจไม่ต้องอ่านก็ได้ ^^
     

     



     

         วันที่ห้า วันเสาร์ ตื่นแต่เช้าเตรียมขึ้น "ดอยอ่างขาง"
         หลังจากเตือนตัวเองให้หยิบของทั้งหลายในตู้เย็นแล้ว 
         ก็ลงไปหาอะไรทานที่ใต้หอแคทน่ะแหละ >> แล้วก็
         ไปสมทบกันที่ "หอ 40 ปี" ก่อน ไม่นานเพื่อนๆ ก็มา
         พร้อมหน้าพร้อมตา >> หลังจากพิจารณากองสัมภาระ
         แล้ว ก็ทำเอาเราตกใจเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะเยอะ
         แยะขนาดนี้ >> ยิ่งรู้ของที่คุณบิวเอาไปด้วยยิ่งตกใจ
         เพราะเสื้อหนาว+แอสเซสซอรี่อื่นๆ เยอะมาก >> แต่
         ระวังไว้ก่อนก็ดีอยู่แล้วเนอะ >> ลุงขับรถแดงมารออยู่
         แล้วทั้งสองคัน หลังจากลำเลียงสัมภาระขึ้น ก็แบ่งคน
         >> คันแรกมีบิว แพรว พลอย ไทด์ และ ติน่า ส่วนคัน
         สองมีโบว์ แคท หมิว เชอร์รี่ เอก และ เรา >> รวมแล้ว
         11 คน >> ระหว่างทางก็แวะเป็นจุดๆ >> จุดแรก คือ
         Lotus Express อีกแล้ว แต่ว่าเค้าเปิด 9 โมง...เรา
         มาเช้าไป... เลยต้องไปต่อจุดที่สอง >> แวะตลาด
         เพื่อเตรียมเสบียงในการเดินทาง และก็ได้มาอย่างเยอะ
         เลย ถ้าไม่นับของทอด และข้าวเหนียวแล้ว ก็ยังมีผล
         ไม้อีก (ไทด์ซัดส้มหมดตั้งแต่กลางทางเลย -.-") >>
         จุดที่สาม (ถ้าจะไม่ผิด) คือด่านอะไรซักอย่าง แวะเข้า
         ห้องน้ำน่ะ เป็นเหมือนด่านตรวจยาเสพติด และคนเข้า
         เมืองด้วย >> จากนั้นก็นั่งยาวเลย ซึ่งก็เบื่อเหมือนกัน
         เพราะคงหาเรื่องคุยตลอดทางไม่ไหว (อย่างกับว่าปกติ
         เราคุยนี่ -"-) >> แต่ก็อาศัย MP3 ฟังไปเรื่อยๆ+วิว
         >> แต่ว่าไม่หลับนะ เพราะอยากดูวิว แล้วก็ถ่ายรูป
         แต่ก็ไม่ได้เรื่องซะเป็นส่วนใหญ่ >> ส่วนเพื่อนๆ ในรถ
         หลับกันหมด เว้นแต่ ป้าจิ๊ที่อ่านการ์ตูนได้ตลอดทาง
         (แต่อ่านช้าจริงๆ นะ) >> จุดที่สี่ที่แวะ คือ สวนส้ม >>
         เพราะไทด์กินหมดแล้ว !!! O_o >> จากนั้นก็ยาวไป
         จนถึงจุดตั้งแคมป์จุดแรก >> แวะเข้าห้องน้ำอีกที แล้ว
         ก็ถ่ายรูปกันไปเรื่อย (เราต้องประหยัดไว้ เพราะเมมฯ
         จะหมดแล้ว) >> ท่าทางคนตรงนี้จะเยอะ เพื่อนๆ คุย
         กับลุงแล้วตกลงว่าจะขึ้นไปข้างบนตรงจุดชมพระอา-
         ทิตย์ขึ้นเลย >> ระหว่างทางขึ้นมีทางเลี้ยวน่ากลัวอยู่
         หลายโค้งเลย บางอันเป็นเหมือนยูเทิร์น แต่บนเขานี่...
         น่ากลัวอยู่นา...แต่ไม่ทันได้คิดอะไรอ่ะ เพราะนั่งด้าน
         หลังไง...เห็นอีกทีก็ผ่านโค้งมาแล้ว >> จัดแจงกาง
         เต็นท์เรียบร้อย แอบเข้าไปเอี่ยวกับเค้าด้วย (ตื่นเต้นๆ
         เพิ่งเคยทำ!!) แล้วก็ขนของลง จากนั้นก็ได้เวลามื้อ
         กลางวัน >> เป็นข้าวเหนียว น้ำพริกหนุ่ม แล้วก็ของ
         ทอดต่างๆ ที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเช้า >> ไม่ได้กินเยอะเท่า
         ไหร่ เพราะคิดไว้ว่าจะเดินดูไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจุก >> พอ
         กินเสร็จ ท่าทางเพื่อนๆ คงคุยอะไรกันต่อ เราก็เอาเลย
         >> เดินขึ้นไปตามทางแคบๆ แต่แอบมีเป็นขั้นเหมือน
         บันไดไว้ >> จากการสอบถามลุงขับรถตอนเดินลงมา
         รอบแรกเค้าว่าเป็นทางเดินของพวก "ชาวมูเซอ" จาก
         หมู่บ้านเค้า (มูเซอดำนะ มีดำกับแดง เค้าแยกกันอยู่
         และพูดคนละภาษา) >> เห็นคุณลุงว่าอย่างพวกเรา
         เดินกว่าจะถึงก็คงหมดวัน!! >> เราก็ลองเดินขึ้นไปอีก
         รอบ หลังจากเดินขนถึงทางราบอันแรก ก็ยอมแพ้เลย
         เพราะไม่เห็นอะไรจริงๆ นอกจากหญ้าสูงท่วมหัวสอง
         ข้างทาง เลยเดินลง >> อีกอย่างเพราะอากาศน้อย
         ด้วยเปล่าไม่รู้ เลยเหนื่อยง่ายจังเลย >> ระหว่างเดิน
         ลงก็เดินเก็บขยะชิ้นใหญ่ๆ ลงมาด้วย ชิ้นเล็กไม่ไหว
         เพราะเยอะมากจริงๆ >> เที่ยวกันแบบไม่รักษาเลย
         มาตักตวงจากธรรมชาติอย่างเดียว นิสัยไม่ดี >> พอ
         ลงมาเห็น >> เพื่อนๆ ทยอยเก็บของกัน เลยรีบเข้าไป
         ช่วยเก็บ จากนั้นก็เก็บของเข้าเต็นท์และเตรียมไปเที่ยว
         กัน แต่ไปคันเดียว เพราะว่าลุงอีกคนจะอยู่เฝ้าของให้
         >> ที่แรกไป "สถานีเกษตรหลวง อ่างขาง" เราชอบ
         มากตรงสวนบอนไซนี่ล่ะ เพราะมันมีเหมือนเขาย่อมๆ
         ให้เดินขึ้น...ซึ่งเข้าทางเราเลยทีเดียว >> แต่ก่อนหน้า
         นั้น ก็แวะเข้าห้องน้ำตรงสวนฯ ก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เห็นแต่
         ตะบองเพชรซะเยอะ >> ระหว่างเดินขึ้นเราคงเดินไว
         จนเพื่อนงงอยู่ล่ะ แต่เจอทางอย่างนี้ลืมเหนื่อยได้เลย
         เพราะมันเพลิน (ไม่เหมือนเดินขึ้นตะกี้ เจอแต่หญ้า!!)
         >> อารมณ์เราเหมือนประมาณมอปลายที่ปวดท้อง
         แทบตาย แต่เจอเขาแดง (ชื่อนี้ล่ะมั้ง) ก็โลดเต้นใหญ่
         นึกได้อีกทีว่าปวดท้องตอนลงเขาแล้ว เหอะๆ >> มี
         คนเคยแซวว่าเหมือนปล่อยลิงเข้าป่า >> เอาเหอะๆ
         ตอนนี้ชอบลิง แต่ขอเป็น "ลิงนารุเซะ" นะ ^^ >>
         ระหว่างทางก็ถ่ายรูปด้วย แต่ก็เป็นกล้องเพื่อนซะส่วน
         ใหญ่ เพราะของเราเมมฯ เหลือน้อยมากกกก >> ทาง
         ขึ้นที่นี่มีหลายทางมาก แต่หลังจากเดินวนไปมาแล้ว
         คิดเหมือนบิวว่าทางทุกทางมันคงมาบรรจบกันหมด >>
         พอเดินลงมาอันนี้ยากหน่อย เราต้องค่อยๆ ลง ไม่รีบ
         โดดๆ เหมือนตอนขึ้นแล้ว เพราะกลัวเจ็บเข่า >> ลงมา
         ถึงจะหาน้ำกินกัน แต่หมดซะงั้น เลยต้องนั่งเข้าไปต่อ
         >> เข้าไปถึง "สวน ๘๐ ปี" ก็แวะหาอะไรทาน >>
         ตอนแรกเราไปเข้าห้องน้ำก่อน แต่หาห้องน้ำหญิงไม่
         เจอ เห็นห้องส้วมของผู้ชายก็นึกว่าห้องผู้หญิง เลยเข้า
         ไป >> ไม่ได้เจอผู้ชายคนไหนหรอก แต่ที่น่าตกใจ
         กว่าคือไปเห็นโถที่มี "อึ-อึ๊" เต็มเลย คาดว่าเค้าคงท้อง
         เสีย...ทำเอาอารมณ์เซ็งบังเกิด..ฮ่า >> จากนั้นก็ไป
         หาอะไรดื่มซะหน่อย แต่ร้านกาแฟคิวคนอย่างแน่น...
         เราเลยหันไปซื้อ "Splash" แทน (-_-") >> เอา
         แล้วไง...ลองหันๆ ดูเลยรู้เลยว่าเจ็บหลังซะแล้ว (มัน
         มาด้วยกันนะของเราอ่ะ หลังกับเข่า) รวมไปถึงข้อต่อ
         ตรงต้นขากับเชิงกราน...ไม่รู้เป็นไร เป็นบ่อยมาก >>
         ทำเอาทรมานตอนเดินเหมือนกันนะ เพราะกะเผลกลด
         แรงกระแทกไม่ได้ด้วยสิ >> ก็ทนๆ เอา รอบนี้เลยไม่
         ได้เดินเท่าไหร่เลย มีบ้านที่เค้าเปิดให้พักในสวน 80 ปี
         ด้วย แล้วมีทางเดินขึ้น อยากเดินมาก แต่สภาพร่างกาย
         ไม่อำนวย (เหมือนคนแก่เลยอ่ะ T^T) >> ได้แต่
         ถ่ายรูปไปเรื่อย (กล้องชาวบ้านเค้าน่ะ) >> แอบเกเร
         ด้วย ก็คุณเอกเค้าอยากถ่ายรูปบนหิน เค้าเลยปีนขึ้นไป
         พี่เค้าก็มาว่าเลย แต่เราก็กดชัตเตอร์ เอกโดดลง อย่าง
         รวดเร็วเลย อิอิ >> ได้แวะซื้อของด้านหน้าด้วย ก็ส่วน
         ใหญ่เป็นกำไลที่จะซื้อฝากเค็งพอดี เห็นน่ารักดี แต่ไม่
         ได้ซื้อเยอะนะ เพราะกะไปตบต่อจากท่าแพ...หุหุ >>
         หลังจากเดินเที่ยวจนได้เวลา ก็ทยอยกันเข้าห้องน้ำ
         เพราะตรงที่กางเต็นท์เห็นลุงว่าเค้าเพิ่งเปิดปีนี้เอง ห้อง
         น้ำห้องท่าเลยไม่พร้อม พี่ร้านโจ๊กว่าเค้าต้องไปตักน้ำ
         ไกลๆ เลยมีน้ำจำกัดให้เข้าห้องน้ำอย่างเดียว อาบไม่
         ได้ (ไม่กะอาบอยู่แล้วล่ะ เพราะคิดว่าจะหนาว) >>
         ส่วนล้างหน้า-แปรงฟันก็ต้องใช้น้ำกินที่เตรียมมากันเอง
         >> ระหว่างรอเห็นรถกระบะมีพี่ชาวเขาเต็มคันรถเลย
         เลยเดินเข้าไปขอพี่เค้าถ่ายรูป ตอนเค้าไปบ๊ายบายให้
         ด้วย แต่ไม่มีใครเข้าใจเลย ประมาณมองหน้าเรางงๆ อ่ะ
         >> ระหว่างรอก็พยายามบิดไปมานะให้หลังเข้าที่ แต่
         ดูท่าคงแย่กว่าเดิม เพื่อนๆ ออกมาพอดี จะได้ขึ้นรถนั่ง
         แล้ว >> แต่ก่อนขึ้นใครตาดีไปเจอ "สวนกุหลาบ
          อังกฤษ
    " ไม่รู้ เจ็บก็เจ็บ อยากดูก็อยาก สุดท้ายอย่าง
         หลังชนะ เลยต้องทนเจ็บเดินไปดู >> ก็คงสวยแหละ
         เพียงแต่ตอนนั้นเราคงไม่มีอารมณ์ร่วมเท่าไหร่เลยไม่
         ได้เดินดูอะไรมาก...เป็นอีกครั้งที่อยากสำรวจ แต่ไม่
         ได้ทำ >> ท่าทางฝนใกล้ตก เห็นเอกว่าโดนมาหลาย
         เม็ดแล้ว เลยกลับกัน >> พอถึงที่กางเต็นท์ก็เดินดูพระ
         อาทิตย์ตกตรงเนินกัน แล้วก็คิดว่าพรุ่งนี้คนคงต้องเยอะ
         แน่ๆ ตรงนั้น >> อ่อ ตรงนั้นเป็นบริเวณห้ามกางเต็นท์
         คงเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง >> ถ่ายรูปกัน...เอกโดดได้
         ใจมาก...เจ๋งโคด ท่าคุณอ่ะ >> ไปสั่งไข่ลวกมากินรอ
         เวลาพระอาทิตย์ตก พอตกปุ๊บก็เริ่มมืดเลย ไวจริงๆ >>
         ซักพักก็เริ่มหาอะไรกินกัน ก็กะว่าเมนูคล้ายเดิม แต่ๆ
         >> น่าประหลาดใจ..."ไก่ย่างห้าดาว" หายครับท่าน
         >> คือไม่มีใครรู้เลยว่าหายไปได้ไง เลยคิดว่าลุงชาว
         เขาหรอยไปกินแล้วแน่เลย แม่ติน่าอุตส่าห์ซื้อมาให้
         เสียน้ำใจแย่ T^T >> มื้อนั้นเราเลยจบด้วยมาม่า แต่
         ก็มีน้ำพริกหนุ่มกับแคบหมูให้ทานนะ >> ต้มน้ำด้วยกา
         ของคุณลุงอ่ะแหละ (พร้อมจริงๆ) >> หลังจากกินอิ่ม
         ก็รวมวงเม้าท์กันไปเรื่อยๆ รอบกองไฟ...ถามจากบิว
         เห็นว่าใช้อะไรซักอย่างช่วยติดไฟก่อน เรียกว่าอะไรไม่
         รู้ แต่เราว่าหน้าตามันเหมือน "ปลาหมึกแห้ง" เราเลย
         เรียกมันว่าอย่างนั้นละกัน...หุหุ >> ได้ความรู้อีกหลาย
         อย่าง เห็นตะเกียง (เจ้าพายุ?) ที่ใช้แก๊สด้วยล่ะ... >>
         ยังไม่ดึกเลย ประมาณสองทุ่มกว่าๆ ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
         >> ดาวเยอะแยะ แต่เห็นแพรวว่าตอนเค้าไป "ห้วยน้ำ
         ดัง" กัน มีเยอะกว่านี้อีก เค้าเห็นทางช้างเผือกกันด้วย
         >> อยากเห็นมั่งจังๆ >.< คงสวยน่าดู >> ระหว่างนั้น
         เอกก็ไปซื้อมันมาเผาด้วย (อันเดียว) ที่เหลือซื้อแบบ
         สุกแล้ว (นัยว่าความเสี่ยงที่เงินจะสูญสูง --") >> ไม่
         เคยกินมาก่อน...เผาเองไม่ต้องพูดถึง อีกเรื่องใหม่ที่
         มีโอกาสได้ทำ >> แต่เผาอยู่นานนนนนนนนะ กว่าที่
         (คิดว่า)จะสุก จนเรานึกว่ามันไหม้ไปแล้วซะอีก T^T
         >> นอกนั้นก็เอาขนมมากินเรื่อยๆ กินส้มด้วย...ชอบๆ
         ชอบแกะนะ คุณไทด์เลยมีคนแกะให้เลย หลังจากใช้
         งานคุณแพรวมานาน...หุหุ >> ช่วงสามทุ่มฟ้าเริ่มมืด..
         เราก็นั่งดูดาวเพลิน แต่เริ่มคิดถึง "คุณชายลูกกวาด"
         ขึ้นมา...แต่ยังไม่สี่ทุ่มเลย ต้องรอไปเรื่อยๆ ซึ่งนานนน
         เป็นบ้าเลย (อาจเป็นเพราะไม่มีอะไรทำมั้ง) >> ช่วงที่
         รอก็มองฟ้าไปเรื่อยๆ มองหาดาวตก...จะขอพรให้ได้
         คุยกันดีๆ...จนเหมือนแยกออกไปอยู่ในโลกของตัวเอง
         เลย...แยกจากเพื่อนไปเลย...รู้สึกผิดเล็กน้อย..T^T
         >> ไม่ไหวแล้วๆ... เกือบๆ สี่ทุ่มก็ลองโทรดู...ไม่มี
         สัญญาณ แต่เราไม่รู้ว่าเป็นเพราะเค้าปิดโทรฯ หรือเป็น
         เพราะเราเองที่ไม่มีสัญญาณ เพราะอ่อนจริงๆ >> รอ
         สักพักแล้วโทรใหม่...รอบนี้เลยสี่ทุ่มแล้ว...ไม่ได้อีก
         >> เลยลองโทรอีก รวมประมาณ 5 missed call
         >> นึกได้ เลยลองโทรหามล..ไม่รับ... หาแนน..รับ
         อ่าว...แสดงว่าใช้ได้นี่หว่า...เค้าปิดโทรแน่เลย.. >>
         เลยคิดมากอีกว่าเพราะไม่อยากคุยรึเปล่า เพราะเรา
         โทรไปเป็นเวลาเลยไง...เดาไม่ยากถ้าจะเลี่ยง... >>
         เลยบ่นกับแนนไปเรื่อย แนนก็ว่าพรุ่งนี้ลองใหม่อีกที
         แล้วก็บอกมาเสร็จสรรพว่าต้องทำไงบ้าง แต่ก็ไม่ได้
         ทำ เพราะไม่กล้า และอยู่ระหว่างนั่งรถลงดอย+เที่ยว
         เลยไม่เอา (ห่วงเที่ยวมากกว่านั่นเอง -_-") >> ระ
         หว่างนี้ไปเข้าห้องน้ำสองรอบ...น่ากลัวมาก ทั้งที่ใช่คน
         และไม่ใช่ >.< มีเทียนให้ แต่น่ากลัวกว่าเดิมอีก >>
         ระหว่างนั่งเล่นกัน...เราก็เริ่มเลื้อยลงไปนอน...พื้นไม่
         เสมอกันไง...ตอนนอนไม่รู้สึก แต่ตอนลุก...อ๊าย!!
         กรูปวดหลังอยู่นี่หว่า...ขยับไม่ได้เลยสักพักใหญ่ >>
         นั่งทำอะไรไปเรื่อยจนห้าทุ่ม (มั้ง)...เพื่อนๆ ก็เริ่มเข้า
         นอนกัน...ก็เข้าไปจัดของกันก่อนล่ะ >> เก็บของจัด
         ที่นอนกัน...เราก็ขอนอนริมประตูเลย เพราะกะว่ายังไม่
         นอน เดี๋ยวจะไปนอนดูดาวเล่นก่อน (ปวดหลังยังไม่
         เจียม--ก็กทม.ไม่มีให้ดูนี่หว่า) >> อ่อ...คุณแพรวรู้
         เรื่องดีมากเลย ว่าดาวไหนเป็นดาวไหน...อยากดูเป็น
         มั่ง ดูโรแมนติกดีเนอะ >> ตกลงทุกคนเข้าเต็นท์กัน
         หมด โดยแคทต้องนอนข้างเรา เพราะหมอนใบเดียวกัน
         >> เหลือเรากับบิว นอนแกร่วอยู่ข้างนอก >> จริงๆ
         ไม่รู้ว่าบิวจะอยู่ด้วย เพราะอยากอยู่คนเดียวมากกว่า
         อารมณ์เซ็งๆ อยากระบายน่ะ แต่บิวอยู่แล้วร้องไม่ได้
         >> ก็คุยกับเค้าไปเรื่อยล่ะ เรื่องความโชคดีของเค้าที่
         ได้โอกาสดีๆ มั่ง สารพัดเรื่อง ก็ดีนะ เพราะเราก็ได้
         ไอเดียดีๆ มาคิดต่อด้วยล่ะ >> จนตีสองครึ่ง ก็เข้านอน
         กัน...ไปห้องน้ำก่อน...บรื๋อออ >> อากาศไม่หนาว
         เท่าไหร่ เพราะเดินออกไปนอกกองไฟก็เย็น แต่ไม่ถึง
         กับทนไม่ได้ ยิ่งถ้าเทียบกับที่ OH ห่างชั้นๆ >> ได้เห็น
         วิธีดับกองไฟด้วย... >> อ่อ...ระหว่างนอนเล่น ได้ยิน
         สาวๆ ในเต็นท์คุยกันว่าไทด์อยากไปเที่ยว "นิมมาน"
         แต่เค้าว่าไม่อยากพาเราไปแล้ว สงสารเรา (สงสัยเห็น
         อาการเราแย่เต็มทีมั้ง) ... แต่เราอยากไปนะ เพราะ
         คงไม่มีโอกาสไปแน่ถ้าอยู่กทม. ถึงไม่ชอบก็อยากรู้
         เป็นประสบการณ์ เพราะแค่นี้ก็รู้สึกว่าโลกตัวเองแคบ
         เป็นบ้าแล้ว -_-" เหล้าก็อยากกิน แค่ให้รู้ จริงๆ อยาก
         ลองเมาดูด้วย แต่ว่ารสชาติมันไม่ชวนกินจนเมาเลยอ่ะ
         อีกอย่าง...เราดันเกลียดเรื่องนี้มากซะจนเมาไม่ลงนี่ดิ
         >> เข้านอน...แคทตื่นเลย เกรงใจมากๆ...ก็ตั้งมือถือ
         ไว้ตีสี่ครึ่ง...ได้นอนสองชม.ก็โอเคละสำหรับมาเที่ยว
         นอนเยอะเสียเวลา >> หลับก็หลับนะ...แต่ไม่สนิทเท่า
         ไหร่ เพราะค่อนข้างเบียด และปวดหลังอยู่ด้วย หลัง
         จากนอนแกร่วอยู่จนปวดหลัง..และแล้วก็เข้าสู่วันที่หก


     

     

     

    December 16

    เชียงใหม่ 02

     
     

     

     


                                     ::: จังหวัดเชียงใหม่ 5-12 ธันวาคม 2549 :::
                                                       ::: ดอยอ่างขาง :::

    ต่อจากเมื่อวาน...หลังจากปล่อยโง่ พิมพ์เก้อซะงั้น.. T^T
     
    วันที่สี่ วันศุกร์ ตื่นสายหน่อย แต่ก็ไม่มาก อาบน้ำเสร็จ แล้วก็ไปหอ 40 ปี (เหมือนเป็นจุดนัดพบเลยแฮะ) แล้วก็ไปร้าน "Blue Corner" แถวหน้า ม. เป็นร้านที่แต่งน่ารักดีอ่ะ ถูกใจ (จริงๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็น "สีฟ้า" ด้วยล่ะ) ก็เลยวาดๆ ไอเดียการแต่งเค้าเก็บไว้ ไว้มาเล่าให้เจเหล่งฟัง >> จริงๆ จะถ่ายรูปก็เกรงใจเค้าอ่ะ ดูไม่ดีเท่าไหร่เลยเนอะ >> ซักพักเอกก็กลับหอ เห็นว่าท้องเสีย สงสัยเพราะเหล้ามั้ง หุหุ >> เราสั่งเยอะมาก แต่กินไม่หมดซักอย่าง เพราะอยากชิมน่ะ ^^ >> ก็มี "ซุปเห็ด" "บะหมี่กระเพาะปลา" "บัวลอยน้ำขิง" >> ฮามากอันนี้ เพราะแคทเค้าคิดว่าบัวลอยเป็น "ลูกชิ้น" >> ฮ่า... ^______^ >> แวะร้านขายยา จากนั้นก็ไปนั่งเล่นที่คณะ ไปแอบอ่านสมุดแซวที่ยังไม่มีใครเขียน (-_-") >> ไปกิน "Love at first bite" กันอีกแล้ว นั่งรถติน่าไป แต่บิวขับ >> ที่ไปกันก็มี แพรว ไทด์ พลอย ติน่า บิว เอก แคท เรา ซึ่งรถอัดมิไหวนะฮะ >> แคทกับเอกก็น่ารักตามเคย เสียสละนั่งมอเตอร์ไซค์ไป ทั้งๆ ที่อากาศก็ร้อนนะ >> อากาศคงร้อนจริงๆ เพราะระหว่างที่นั่งรถไปอ่ะ มึนมากเลย >> ไปถึงที่ร้าน แปลกจัง แม้ว่าจะตื่นตาตื่นใจกับเค้ก แต่ไม่มีอารมณ์กินอ่ะ >> คราวนี้สั่งเค้กอะไรซักอย่างที่ด้านหน้าประดับด้วยลูกแดงๆ ด้วยอ่ะ จำชื่อไม่ได้อีกตามเคย -_-" >> ระหว่างกินก็แอบหรอยเลมอนเค้กของติน่า โวลคาโน่ของเอก และคัสตาร์ดเค้กของไทด์ไปด้วย...หุหุ >> ขากลับกะขอนั่งมอเตอร์ไซค์ซะหน่อย เพราะอยากได้ลมโกรกๆ อาการหลังกินเค้กยิ่งแย่ เพิ่งนึกได้ว่าคงเป็นเพราะเมื่อคืนแน่ๆ >> เพื่อนๆ คงไม่รู้ เพราะเราไม่ได้กินเหล้า แต่อย่างที่เคยเป็นตอนรับจ๊อบชงเหล้าในงานเลี้ยง หรือตอนไปนั่งข้างวงเหล้าตอนรับน้อง ... แค่ได้กลิ่นแรงๆ นานๆ ก็เดินไม่ตรงแล้ว เหอะๆ >> แล้วเมื่อคืนทั้งเหล้าทั้งบุหรี่...จะเหลือเรอะ T^T >> วันนี้เลยเอาเลย จริงๆ เรานี่ดีกว่าเพื่อนๆ อีกนะ ไม่ได้กินเลย แต่เมากว่าเพื่อนๆ โดยเฉพาะไทด์ที่กินเยอะที่สุดอีก ... เหอะๆ >> ประหยัดตังค์ดีมั้ยล่ะ!! >> แคทกับเอกจะไปซื้อของที่กาดหลวงเตรียมไปเที่ยวพรุ่งนี้กัน เราเลยนั่งรถติน่ากลับ เลยขอเปิดกระจกหน่อย ก็รู้สึกดีขึ้นนะ >> กลับไปที่คณะ นั่งอ่านหนังสือแซวต่อ (กระดาษเปล่าจะอ่านอะไรกันมากมายก็ไม่เข้าใจเหมือนกันอ่ะ -_-") >> จากนั้นก็ตกลงกันว่าจะไปไหนดี แคทรู้สึกไม่สบาย เลยขอไปนอนพัก (คงเพราะอากาศร้อนด้วยล่ะ...ถ้าเราไปนั่งมอเตอร์ไซค์จะอาการแย่อย่างนั้นมั้ยน้อ?) >> เพื่อนๆ ไปเซ็นทรัล (แอร์พอร์ตมั้ง) ไปซื้อขนม-ของเตรียมพรุ่งนี้กัน >> ส่วนเรา...เมื่อเอกขอตัว เราเลยขอตัวมั่ง เลยลากเอกพาเราไปเที่ยวซะเลย >> จริงๆ ก็อยากพักนะ ทั้งปวดหัว ทั้งมึน ง่วงด้วย แต่ว่า...มาถึงนี่ให้นอนพักน่ะเรอะ ฝันไปเหอะ!!! >.< ต้องเที่ยวเท่านั้น!!! >> ว่าแล้วก็ลากเอกให้พาไป "วัดอุโมงค์" ก่อนเลย >> วัดนี้สงบดีนะ ต้นไม่เยอะ ชอบๆ แต่ว่าเพิ่งรู้ว่าเอกเมาค้างอยู่เหมือนกัน เลยไม่อยากเดินนาน เดี๋ยวเอกเหนื่อย เกรงใจ (ขนาดเกรงใจนะเนี่ย -_-") >> ก็เลยเดินเอาบรรยากาศ แล้วก็เก็บรูปไปเรื่อย (เก็บเท่าที่มีแหละฮะ) >> จากนั้นก็ไปต่อที่ "วัดสวนดอก" สำหรับวัดนี้เราไม่ค่อยชอบอ่ะ ไม่รู้ทำไมนะ อาจเป็นเพราะว่าวัตถุเยอะไปหน่อยมั้ง แต่ว่าก็กว้างดีอ่ะ >> จากนั้นก็ไปหอสมุด เพราะเอกต้องไปโหลดงานอะไรซักอย่าง แต่แอบวานให้แวะร้านการ์ตูนก่อนนะ เพราะยังเก็บ Harlembeat ไม่ครบเลย >> ไปเล่นเนต แล้วก็อ่านการ์ตูนจนเอกมาเรียก ก็เลยมารวมตัวกันที่หอ 40 ปีตามระเบียบ >> ทีแรกเห็นว่าจะไปกินอาหารเวียดนามที่ร้านมาดามอะไรซักอย่าง (ฟังไม่ถนัด) แต่ว่าแคทไม่สบาย เลยตกลงไปกันที่ "สามเหลือง" >> คราวนี้สั่ง "ข้าวมันไก่" แต่ว่ารสชาติไม่ได้เรื่องเลยคับท่าน เป็นอาหารไม่อร่อยอย่างแรกที่ได้ทานนับแต่ที่ได้มาเที่ยวเชียงใหม่ >> จากนั้นก็ไปซื้อของ(กิน) ที่ "Lotus Express" กัน...เห็นของแล้วเราตกใจ ประมาณว่า "ย้ายที่กินกันหรอ?" >> มันเยอะจริงๆ นะ ... >> จากนั้นก็มานั่งกันต่อที่ "เดี่ยวฯ" อ่อ..แคทต้องซิ่งมอเตอร์ไซค์สองรอบ เพราะว่ารถไม่พอ -_-" >> เราสั่งโกโก้... ข้องใจๆ ว่าทำไมไทด์ไม่ตกใจเหมือนที่เราตกใจเลยตอนที่เห็นแก้วของร้านนี้... >.< >> ระหว่างเค้านั่งเมาท์กัน เราก็จดจ่อกับการ์ตูนอย่างเดียว ต้องเร่งสปีด เพราะว่าต้องคืนภายในคืนนี้ พรุ่งนี้จะขึ้นดอยแล้ว เดี๋ยวโดนหลายวัน >> ในที่สุดก็คืนการ์ตูนได้ทันเพื่อนๆ จะลุก >> ไปซื้อของที่ขาดต่อที่ร้าน "Junior Mart" (มั้ง!?) >> ส่วนเรายืนคุยกับคุณเค็งหน้าร้าน เพราะแม่อาบน้ำอยู่...เหอะๆ >> จากนั้นก็กลับหอค่ะ >> ระหว่างรอแคทไปส่งเพื่อนอยู่ใต้หอ ก็คุยกับเพื่อนไปเรื่อย ไม่นัทก็มลนี่ล่ะ >> จากนั้นก็ขึ้นห้อง อาบน้ำ เตรียมเก็บของ >> แคทน่ารักมากเลย จะให้เรายืมตั้งหลายอย่างแน่ะ ทั้งเสื้อ ถุงมือ หมวก...เรารับมาแค่ถุงมือ เพราะเราคิดว่ามันคงไม่ได้หนาวขนาดนั้น แล้วเสื้อแดงอินเดียน่าของเราก็น่าจะเอาอยู่ (ซึ่งไม่ผิดหวังคับ เพราะไม่หนาวเล้ย) >> เพราะอย่างนี้ ของเราเลยมีแต่กระเป๋าสะพายที่ตบจากเชียงใหม่รอบก่อนใบเดียว ที่มีทั้งหมด ทั้งเงิน กล้อง เอ็มพีสาม เลยต้องพกตลอด >> แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกติดกระเป๋าอย่างเราอยู่แล้ว ^^ >> หลังจากรับทราบว่าพรุ่งนี้ต้องเอาน้ำพริก ชีส แยมช็อกโกแลตออกจากตู้เย็น และต้องซื้อขนมปังเพิ่มด้วยเป็นอาหารเช้า ก็เตรียมนอน เพราะต้องตื่นแต่เช้าเลย

    วันนี้เท่านี้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมาต่อตอนขึ้นดอย... เฮ้อ..ขาดตอนอย่างนี้อารมณ์ไม่ต่อเนื่องเลย แต่ว่า...มีเรียนชดเชยพรุ่งนี้ซะนี่...เศร้าใจๆ

    ฝันดีนะคะ "Mr.Candyman"

     

    ปล.รูปน่ารักๆ จาก NAPMOS ค่ะ

     
     
     
     
    December 14

    เชียงใหม่ 01

    วันนี้อารมณ์เสีย...คอมพ์บ๊องอีกแล้ว...เซ็งๆๆ >.<
     
    เตือนไว้ก่อนว่าวันนี้อัพยาวมากกกกกกกก ที่สุดเท่าที่เคยอัพมา เพราะกะเล่าเรื่องที่เราไปเที่ยวเชียงใหม่ไว้เตือนตัวเอง เผื่อวันหลังมาอ่านจะได้นึกออกชัดๆ ... ไม่อยากอ่านไม่ว่ากัน...
     
     
    • ไปเชียงใหม่มา (อีกแล้ว) ตั้งแต่วันที่ 5-12 ธค. ไปพักสมอง ก่อนกลับมาเจอะเจอเรื่องน่าเบื่อเดิมๆ >> ครั้งนี้ไม่ได้กะไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่เหมือนคราวก่อน ยกเว้นดอยอ่างขาง... เพราะกะไปเปลี่ยนบรรยากาศ...อาจจะดูเว่อร์ แต่มันเครียดจริงๆ เลยเผ่นซะ -_-" >> ออกเดินทางอังคารที่ 5 เวลา 9 โมงเหมือนเดิม ครั้งนี้เดินทางน่าเบื่อกว่าครั้งก่อน อาจจะเป็นเพราะว่ารถค่อนข้างติด เพราะคนออกเยอะหน่อย เดินทางด้วยรถทัวร์ 999 เหมือนเดิม แต่ครั้งนี้มีลด 15% เพราะเค้าสนับสนุนให้คนกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อกัน (เราดันหนีพ่อไปเที่ยวซะงั้น -_-") รถค่อนข้างว่าง คือเรานั่ง A7 มันหลังสุดเลย แต่มีคนทยอยขึ้นมาตอนแวะที่สิงห์บุรีจนรถเกือบเต็ม >> คราวนี้ชอบใจ เพราะเปิดหนังน่าดูหน่อย ... ก็เปิด "บางรักซอยเก้า" ให้ดู แต่เสียดาย เปิดหลังจากพี่เต้ยเสียไปแล้ว เลยไม่รู้เรื่องเลย (เพราะไม่เคยดู...ฮ่า) >> บอก "คุณเอก" ไว้ว่าจะถึงประมาณหกโมงครึ่ง...ซัดไปเกือบทุ่มครึ่ง เพราะอย่างที่บอกรถติดตั้งแต่ตอนออกจากกทม. แล้วก็ไปติดต่อที่เชียงใหม่อีก เซงรถจริงๆ >.< >> แวะกินข้าวที่ร้านอะไรซักอย่าง แต่ว่า...สุกี้ทะเลที่สั่งมาน้ำซุปอร่อยมากฮะ ^^ อยากกินอีกๆ >> วันนี้ไม่ได้ทำไรเลย กินข้าวเสร็จก็ไปหอแคทเลย (ไปเกาะเค้าอีกแล้ว) >> ขอบคุณ "คุณแคท" ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะจ๊ะ.. ^^ >> ก่อนนอน อ่าน AC432 หน่อยนึง ... ไม่ได้ขยันอะไรหรอก แต่ท่านแม่ปรามาสไว้ว่าเรามาเที่ยวไม่ได้อ่านหนังสือหรอก...หนอยๆ ...ดูถูกๆ ไม่รู้จักแพรวพรรณซะแล้ว

    • วันที่สอง (วันพูธ) ตื่นแต่เช้า (เก้าโมงนี่เช้ามั้ย?...) แคทพาไปกิน "โจ๊กร้านต้นพยอม" หรืออะไรซักอย่างนี่แหละ จำไม่ได้ (อีกแล้ว ... :( ...) ซึ่ง...โจ๊กหมด...อารมณ์หงุดหงิดครับท่าน >.< เลยสั่งข้าวต้มปลา (ปลาอีกแล้ว...สั่งอย่างกะอยู่ทางใต้ กินแต่ปลาๆๆ) ก็อร่อยดีนะ...กินจนเกือบหมดเลย >> แคทพานั่งรถเล่น ก็วนใน ม. ด้วย ไปอ่างแก้ว แล้วที่ไหนอีกเยอะแยะ แต่...จำไม่ได้ (ตามเคย) แล้วก็กลับหอ >> คุณเอกเพิ่งตื่น แล้วก็ไปหอ 40 ปี ไปรอ "พลอย" "บิว" และเอก ก่อนไปกินข้าวเที่ยงต่อ (เพิ่งกินข้าวเช้าเสร็จนะเนี่ยกรู -_-") เพื่อน 4 คนพาไปกินที่ "อีสานล้าน%" ก็อร่อยดี แต่กินได้ไม่เยอะเท่าไหร่ เพราะเพิ่งกินเสร็จ (ขนาดไม่เยอะนะนั่น T^T) >> แล้วก็ไปต่อ "Love at first bite" กับเพื่อนๆ ... หงุดหงิดมาก เพราะถ้ารู้ว่าจะไปกินกันนะ จะกินข้าวให้น้อยกว่านี้ ... อยากกินเค้กสองก้อน...แต่ไม่สามารถ กินได้แค่ "บานาน่า ช็อกโกแลต เค้ก" อย่างเดียวก็จะอ้วกแล้ววว... >> แต่ยังแอบหรอย (ศัพท์นี้ได้จากเพื่อนๆ ^^) "Volcano" ของเพื่อนๆ กินได้อีก (ก็สั่งอันนี้กันทุกคนเลยอ่ะ มีเรานอกคอกคนเดียว) >> จากนั้นก็แยกย้ายกันไป เราก็ไปหอสมุดกับคุณเอก เสียดายที่ไม่ได้เอาชีทมาด้วย แต่ก็นั่งอ่านนู่นนี่ไปเรื่อยอ่ะนะ (ไม่ได้อะไรหรอก เปิดผ่านๆ) ก่อนจะขอแอคเคาท์เอกไปเล่นเน็ต ซึ่งเล่นไม่ได้ ไม่รู้เป็นไร สงสัยเราโง่จัด เข้าไม่เป็น เลยไปนั่งอ่านหนังสือภาษาปะกิดตรงห้องคอมพ์ซะเลย ... จนง่วง เลยขึ้นมาหาคุณเอก บังเอิญเจอหนังสือแอคเคาท์ดีๆ เลยอ่านต่อ จนถึงเวลากินข้าว (วันๆ มีแต่เรื่องนี้ -"-) >> วันนี้ถ้าจำไม่ผิดไปกิน "อาหารตา" กัน ซึ่งทีแรกเรานึกว่าเพื่อนๆ หมายถึงร้านที่มีหนุ่มหล่อๆ (ฮ่า)... เป็นร้านอาหารตามสั่งธรรมดาที่รสชาติใช้ได้เลย >> จากนั้นก็ไปเช้าหนังสือการ์ตูนที่ร้าน "ตะวา" (คุณเอกมาบอกทีหลังว่าคำนี้แปลว่า "เมื่อวาน") จริงๆ เพราะใครซักคนที่อยากเช่า ซึ่งเป็นความผิดพลาดอย่างมาก เพราะแพรวพรรณซัดไป 20 เล่ม...เล่นเอาเพื่อนๆ ตกใจไปตามๆ กัน... >> จากนั้นก็ไปนั่งแกร่วกันที่ "เดี่ยวนมสด" วันนี้ไม่ได้สั่งอะไร เพราะอิ่มมาก (ก็กรูกินทั้งวันเลยนี่หว่า!!) >> หลังจากเช่าการ์ตูน เราก็ไม่ได้ทำอะไรอีก นอกจากอ่านอย่างเดียว... จนตีหนึ่ง นอน!!

    • วันที่สาม วันพฤหัสบดี วันนี้มีนัดกะ "คุณฤกษ์" ว่าจะขึ้นภูพิงค์กัน... แต่แอบตื่นสายนิดนึง แต่ก็ก่อนฤกษ์โทรมานะ เดินไปรอหน้าปากซอยหอแคท ฤกษ์เอารถมารับ Fortuner เลย...สีสันแสบตาไม่ไหวแล้ว >.< ประมาณว่าตอนจอดอยู่ที่ "อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย" รถฤกษ์เด่นที่สุดเลยอ่ะ (หุหุ...เค้าอุตส่าห์พาไปเที่ยวยังแอบแซวเค้าอีก) >> ฤกษ์มากับ "พี่จิ้น" เห็นว่าเป็นพี่ที่คุณฤกษ์ลงมางานรับปริญญา (จำมิได้แล้วว่าเรียนอะไร แต่เท่าที่รู้ มิใช่วิดวะแหง๋ๆ ^^ หุหุ) >> แวะทานข้าวเช้าที่ "อมช." ที่เห็นคุณบิวเชียร์จังเลย (หลังจากนั้นยังมีแอบอำไทด์ว่าขายแพ้ง-แพงด้วย..เหอะๆ) >> ไม่ได้ว่านะ...แต่อินเตอร์โซนไฮโซกว่าอีก (โฮะๆ o_<) >> ไปจอดรถที่อนุสาวรีย์ แล้วต่อสองแถวขึ้นดอยสุเทพ แล้วต่อขึ้นภูพิงค์...หมดไป 70 ค่าเข้าอีก 20 ... ครั้งนี้ได้เดินเที่ยวเยอะกว่าคราวก่อน เพราะคราวที่มากับเอกคงมีใครเสด็จ เลยไม่ได้ขึ้นไปดูส่วนบน ได้ดูแค่อ่างเก็บน้ำเอง >> ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรเลย เพราะจากประสบการณ์ครั้งก่อน จำบรรยากาศได้น้อยมาก คราวนี้เลยโยนกล้องให้คุณฤกษ์ซะ .. แหะๆ >> ขึ้นสูงเลย พอตอนลงที่เป็นทางลาดหมด เลยต้องระวังเล็กน้อย เพราะถ้าลงไม่ดี เดี๋ยวจะเจ็บเข่าอีก เดี๋ยวเที่ยวดอยอ่างขางไม่สนุก... จากนั้นก็แวะร้านขายของด้านหน้า ร้านเสื้อของพี่สาวคนเดิม คราวนี้ไม่ค่อยมีแบบที่เห็นแล้วปิ๊ง แต่ถึงอย่างนั้นก็หมดไปเก้าร้อยเลยทีเดียว... >> ลงมาที่ดอยสุเทพ ตกลงกันว่าไม่ขึ้น เพราะคนเยอะ แล้วก็เกรงใจเพื่อน และพี่เค้าด้วย เพราะต้องตื่นแต่เช้า เดี๋ยวเค้าเหนื่อยกัน เดี๋ยวคราวหน้าค่อยหาโอกาสใหม่อีกที >> แวะกิน "ไอติมนมสด" (มั้ง!!) อร่อยดี เค้าตักใส่โฟมไว้เป็นกล่องๆ ไม่รู้มีกี่รส เพราะพี่จิ้นเป็นคนไปซื้อ ที่ชอบใจคือที่ร้านเค้าขายเม็ดนมด้วยล่ะ เม็ดนมที่เป็นแผงๆ อ่ะ (ใครอยู่วัยเราน่าจะจำได้มั่งน้า >.< ... ชอบใจมากๆ ซื้อมาหนึ่งแผง แป๊บเดียวก็เกือบหมดแล้ว เลยต้องเหลือตุนไว้หน่อย) >> ไปร้าน "O-ZONE" ที่เล่นเกมส์ของคุณฤกษ์เขา เราก็เล่นเน็ตไปตามเรื่อง ก่อนพบว่างานที่คุณมลจะส่งมาให้ส่งไม่ได้ ก็เลยไม่มีไรทำซะงั้น ซักพักน้องคุณฤกษ์มา ตกใจเลย เพราะตัวโต๊-โต คือดูแล้วเหมือนรุ่นเดียวกันกับฤกษ์เลยอ่ะ เห็นว่าเครื่องเรามันลงล็อคสามเครื่องพอดี เราเลยขอตัวกลับก่อน (จริงๆ ง่วงด้วยล่ะ...ตื่นเช้า...ไม่ชิน...หุหุ) >> ฤกษ์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งหอแคท... ไม่เอาอีกแล้ว ซ้อนท้านคุณเนี่ย น่ากลัวจริง ... T^T >> ฝากของไว้ที่เคาท์เตอร์ใต้หอแคท แล้วคุณเอกก็มารับไป "วาวี" (อีกแล้ว) ไปเจอ "ไทด์" เพื่อนแพรวที่เพิ่งขึ้นมาถึงตอนเช้า >> หลังจากกิน "น้ำกีวี" และนั่งแกร่วอยู่ซักพัก ก็จะเอาหนังสือนิยายที่ติดมาขึ้นมาอ่าน... ไม่รู้จะทำอะไรนี่นา... >> ซักพักคุณพลอยก็ไปก่อน เพราะต้องไปงานพืชสวนฯ กับแม่>> อ่อ..น้องเตยโทรมาแจ้งข่าวงานแต๊งส์พี่ วันที่ 14 มค. ... อ๋อย...น้องมาขัดตารางเที่ยวพี่ซะงั้นอ่ะ T^T >> หลังจากนั่งได้ที่ แพรว โบ บิว ไทด์ เอก แล้วก็เราก็ไปน้ำตกกัน ไม่รู้ชื่ออะไรเหมือนกัน แต่ว่าเป็นทางขึ้นดอยอ่ะ เลยอนุสาวรีย์พระครูฯ ขึ้นไปอีกมั้ง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) >> อยากเล่นมากกกก...แต่ว่าชุดไม่อำนวย เลยได้แต่เดินลุยๆ ไปเรื่อยๆ >> ยังไงก็เหอะ ลื่นล้ม ตูดเปียกเลย แล้วก็ลุยซะเปียกถึงต้นขา...คือ...ลุยเลยดีกว่ามั้ยเนี่ย -_-" >> จากนั้นก็มานั่งเอื่อยๆ กันที่ "อ่างแก้ว" >> ก็นั่งเล่นกันไปเรื่อย ที่เห็นน่าสนุก (นอกเหนือจากดูแฟนเค้าจูงหมาเดินเล่นให้ตาร้อน) ก็คือโยนหินให้กระดอนบนพื้นน้ำ คุณบิวทำได้ตั้งเยอะแน่ะ เก่งจริงๆ >> ซักพักบิวกับไทด์ก็ไปหาอะไรกินที่ "ฝายหิน" (แพรวบอกสตรอเบอร์รี่อร่อย...เดี๋ยวรอบหน้าๆ รอลูกโตๆ ก่อน) ระหว่างนั้นก็มีพี่คนนึงเดินคุยโทรศัพท์มาเรื่อยๆ ... แล้วก็โชว์เลยครับท่าน >> กระดอนได้ตั้งห้าครั้ง...ไกลด้วยนะ ... เก่งจริงๆ >> ระหว่างรอเราก็ยืนตลอดเลย จนเพื่อนทักว่าทำไมไม่นั่ง... >> เอ่อ...ก็ลมมันเย็น เย้ย!! ไม่ใช่...ก็กางเกงเปียกอยู่ไง เลยยืนตากลมไปเรื่อยจนไทด์กลับมา >> พี่เลี้ยงกระต่ายก็มา...เยอะแยะเลย มี "กระต่ายกินเด็ก" ด้วยนะ เพิ่งรู้ๆ >> ว่าแล้วก็ให้น้องกระต่ายเป็นนายแบบให้หน่อย...แต่นายแบบอะไรฟะ ไม่ยอมให้ความร่วมมือเลย เดินไปมาอยู่นั่น >> หลังจากเหนื่อยได้ที่ก็ได้รูปเบลอๆ มาสามสี่รูป >> ว่าแล้วก็ได้เวลาไปกินข้าวกันล่ะ >> พอได้เวลาเพื่อนๆ ("โบว์" "พลอย" "แคท" "เชอร์รี่" "เอก" "แพรว" "ไทด์") ก็ไปกินข้าวกันที่ร้าน "ซึนามิ" เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น (เข้าทางเราๆ ^^ ฮี่ๆ) เสียดายที่ไม่ได้นั่งตรงที่เค้าปั้นซูชิ ... อยากเห็นๆ >> เราสั่ง "ซูชิ เซต เอ" และ "ยำสาหร่ายวากาเมะ" มากิน... อร่อยพอสมควร แต่อาหารญี่ปุ่นยังไงก็ถูกใจ ^^ >> หลังจากนั่งกิน และนั่งเมาท์ ... ซึ่งเราก็เข้าใจมั่ง ไม่เข้าใจมั่งไปตามเรื่อง แต่ก็ขำไปกับเค้าได้ เพราะเพื่อนๆ เค้ามุขเยอะจริงๆ >> ที่หนุกกว่าก็คือดู แพรว กับ ไทด์ ทะเลาะกัน (ไม่ซีเรียสนะ) ขำดี เค้าน่ารักกันดีนะ >> แต่ที่เห็นจะเป็นประเด็นก็คือเรื่องหมิวจะไปหรือไม่ไป "วอมอัพ" คืนนี้ >> จริงๆ เราก็คิดเหมือนไทด์เหมือนกันนะ ว่าบางทีเพื่อนเค้าก็คิดมากกันไปหรือเปล่า >> หลังจากเคลียร์เงินกันเสร็จ ก็แยกย้ายกันกลับ แคท (และเรา) ไปส่งเพื่อนที่หอ 40 ปีก่อน จากนั้นก็กลับหอ เห็นเพื่อนๆ เค้าตกลงกันว่าจะแต่งตัวกันยังไงดี จะเปลี่ยนเสื้อกันหรือเปล่า...เรานี่ถึงกับงงเลยทีเดียวว่าปกติเค้าต้องแต่งกันดีๆ ด้วยเหรอ ก็เราไม่เคยไปนี่นา >> ส่วนเราเหรอ ก็ปกติธรรมดาเลย เสื้อตัว เสื้อหนาว แล้วก็กางเกงยีนส์ เท่านั้น... (อันนี้ยังดี วันที่ไปนิมมาน...ยิ่งกว่า...เดี๋ยวเล่าๆ) >> ก่อนไปก็แวะคืนการ์ตูน เพราะคุณเอกต้องใช้บัตรประชาชนเข้าผับ...เหอะๆ >> ไปถึงวอมอัพ คนยังน้อยอยู่เลย เอาบัตรให้เค้าตรวจ แล้วเค้าก็ปั๊มตราร้านให้ตรงข้อมือ เห็นพลอยบอกว่าเวลาออกไปแล้วเข้ามาใหม่จะได้ไม่ต้องตรวจบัตร >> จริงๆ เพื่อนๆ เค้าอยากไป Monkey กันมากกว่า แต่เห็นว่ามีเรื่องยิงกันตาย คนที่ตายเห็นเค้าว่าเป็นตำรวจด้วยนะ เลยไม่มีใครไป เห็นว่าคืนนั้นมีสองสามโต๊ะเอง >> แรกๆ ยังไม่เท่าไหร่ คนยังน้อยอยู่ จำได้ว่าเฉพาะข้างในนะ กลุ่มเราเป็นโต๊ะที่ 2 >> สั่งเหล้า มิกเซอร์ และกับแกล้มกันเรียบร้อย ก่อนปล่อยโง่ถามไทด์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เราว่า "มิกเซอร์คืออะไร?" >> พนง.เค้ามาชงเหล้าให้ ก่อนที่จะงงๆ กัน เพราะเรา แพรว และโบว์ไม่กิน เลยบอกเค้าว่าจะชงกันเอง แต่ก็ได้เหล้าเพียวๆ ที่เทมาแล้วประมาณ 1/4 แก้ว... เสร็จคุณไทด์ไปซะ... แคทชวนให้เราลองชิม แบบผสมโคล่า >> แหวะ!! ไม่อร่อยเลย >> ไม่พอๆ ดันไปเชื่อไทด์อีก คราวนี้จิบเหล้าเพียว (กระแดะมากมาย ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยกิน) >> แทบอ้วกคับท่าน!!! >> ไม่ไหวอย่างแรง กินปุ๊บ ตามด้วยน้ำเลยอ่ะ >> หลังจากนั้นก็กินแต่โค้ก น้ำเปล่า แล้วก็มันฝรั่งทอดอย่างเดียว จนไทด์แซวว่าเราเป็นพวก "ปากมัน" แต่...เราไม่เก็ตฮะ เลยไม่รับมุขด้วย..เหอะๆ >> พอคนเริ่มเยอะ เราเริ่มเซ็ง ยิ่งเพื่อนๆ เริ่มเต้น เราก็ยังนั่งอยู่ ใครชวนยังไงก็ไม่ลุก ก็มันไม่ชอบเลยนี่นา แต่ก็ยิ้มๆ นะ เพราะเดี๋ยวเพื่อนๆ เค้าจะเซ็งไปด้วย อย่างน้อยก็ได้ร้องเพลงตามไปหนุกๆ น่า >> ได้เห็นเพื่อนๆ แซว OIC กัน ก็ขำๆ กันไปตามเรื่อง ... แต่...วันนี้ "ติน่า" มาอย่างอึ้งเลยอ่ะ...ตกใจมาก "หมิว" ปกติไปเลยอ่ะ >> พอเที่ยงคืนนึกขึ้นได้ว่าลืมส่ง msg เลยจัดการส่งซะ >> ยิ่งดึกยิ่งคนเยอะ ยิ่งเสียงดัง ยิ่งควันเยอะ >> ไม่ไหวอย่างแรง จนแพรวชวนออกมาข้างนอก แล้วบิวก็ตามมา >> ค่อยยังชั่ว มีอากาศหายใจหน่อย ความรู้สึกแตกต่างกันเลยอ่ะ นั่งเมาท์ไรไปเรื่อย แล้วก็แอบเล็งมอเตอร์ไซค์ BMW ที่เดากันว่าคันละเกินล้านบาทแน่ๆ อยากรู้จังว่าเจ้าของเป็นยังไงน้า? >> กลับเข้าไปใหม่ รู้สึกถึงความแตกต่างอีกครั้ง เพราะว่าไม่ไหวแล้ว เหม็นโคดดด ก็นั่ง "ยม" อยู่ซักพัก (อันนี้ก็ศัพท์จิ๊กมาจากเพื่อนเหมือนกัน) จนพลอยบอกว่าโบว์กับแพรวมานั่งหน้าห้องน้ำเลยตามออกมาด้วย ก็ใกล้เวลาที่เค้าจะกลับกันแล้วล่ะมั้ง >> กำลังจะเดินออกไปข้างนอก "พี่เอก ชมะนันท์ วรรณวินเวศร์" ก็เดินเข้าห้องน้ำไป โชคดีที่บิวตาไว เลยหยุดรอจนพี่เค้าเดินออกมา เราก็เดินออกมาข้างนอก >> ไม่พอฮะ ไม่พอ เจอ "เอ็ม เดอะสตาร์" ด้วย แต่เราเห็นแว้บๆ ก่อนจะเดินเข้าไปดูอีกทีกับแคท...ซึ่งไม่ได้เห็นอะไรขึ้นมาเท่าไหร่เลย >> คนหลังไม่เท่าไหร่ แต่พี่เอกนี่น่ารักมาก...ตัวใหญ่กว่าในทีวีตั้งเยอะ น่าจะพอๆ กับ "ดอม เหตระกูล" เลยนะเราว่า เอ็มก็ตัวใหญ่กว่าที่เห็น... แล้วใครบอกวะว่าอยู่ในทีวีแล้วจะอ้วนขึ้น...โกหกๆ >> ได้เจอพี่เอก...ดีใจมากมาย ^^ >> ตอนยังอยู่ข้างใน เอกถามว่าเราคิดว่าเอกเมาป่าว เราก็ว่าไม่ แต่เอกตอบกลับมาว่าไงไม่รู้หรอกนะ ฟังไม่รู้เรื่อง เสียงดังเกิน แต่...จะบอกว่าดูไม่ออกหรอก เว้นแต่จะเมาได้เท่าคุณแป๊ะวันนั้นอ่ะ เหอๆ >> เตรียมกลับหอกัน...เราซ้อนแคทกลับ ส่วนเพื่อนๆ ติน่าขับไปส่ง บิวกลับเอก ไทด์กลับกับเอก... ไม่รู้เพื่อนๆ เมาป่าว แต่น่าห่วงกันจัง เอกก็กินไปไม่น้อย >> กลับหอ เตรียมอาบน้ำเลย เพราะไม่ไหวแล้ว เหม็นตัวเองมากๆ ถึงจะดึกแล้ว (ตีหนึ่งครึ่งได้มั้ง) ก็จะสระผม ไม่งั้นแย่แน่ ทั้งเสื้อ เสื้อหนาว กางเกง ตากหมด เพราะเหม็นมากเลย >> อาบเสร็จ รอผมแห้งซักพัก ก็นอน...

    • วันที่สี่ วันศุกร์ ตื่นสายหน่อย แต่ก็ไม่มาก อาบน้ำเสร็จ แล้วก็ไปหอ 40 ปี (เหมือนเป็นจุดนัดพบเลยแฮะ) แล้วก็ไปร้าน "Blue Corner" แถวหน้า ม. เป็นร้านที่แต่งน่ารักดีอ่ะ ถูกใจ (จริงๆ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเป็น "สีฟ้า" ด้วยล่ะ) ก็เลยวาดๆ ไอเดียการแต่งเค้าเก็บไว้ ไว้มาเล่าให้เจเหล่งฟัง >> จริงๆ จะถ่ายรูปก็เกรงใจเค้าอ่ะ ดูไม่ดีเท่าไหร่เลยเนอะ >> ซักพักเอกก็กลับหอ เห็นว่าท้องเสีย สงสัยเพราะเหล้ามั้ง หุหุ >> เราสั่งเยอะมาก แต่กินไม่หมดซักอย่าง เพราะอยากชิมน่ะ ^^ >> ก็มี "ซุปเห็ด" "บะหมี่กระเพาะปลา" "บัวลอยน้ำขิง" >> ฮามากอันนี้ เพราะแคทเค้าคิดว่าบัวลอยเป็น "ลูกชิ้น" >> ฮ่า... ^______^ >>

    ไว้มาพิมพ์ต่อ ดันเซ่อกด back โดยไม่ก๊อปไว้... พิมพ์ใหม่เลย พิมพ์ไปถึงเรื่องดอยอ่างขางแล้วด้วย ... ไปบิ้วท์อารมณ์ก่อน แล้ววันหลังจะมาเล่าต่อ







    December 03

    NaNa

    วันนี้อารมณ์ค่อนข้างดี... ^^
     
      • ตื่นสายไปหน่อย แต่ก็ทันเรียนอังกฤษ... วันแรกของการเรียนสนทนา... เหอะๆ ทั้งที่ยังไม่สมัครเลย ก็กะว่าไปสมัครก่อนเรียนน่ะแหละ แต่ว่าลืมกดตังค์ เลยเดินเลยไปกดตั้งตู้กสิกรฯ ตรงบันไดเลื่อนรถไฟฟ้า ก่อนเดินย้อนกลับมาพบว่า...ตู้ไทยธนาคารใกล้กว่ากันโคดๆ... -_-"

      • นอกจากพวกเราสามคนแล้ว ก็ยังมี "พี่บี" อายุ 33 แต่ว่าหน้าตานี่ไม่เกิน 25 แน่นอน... (แอบคิดว่าหน้าคล้าย "ทราย วรรณพร") ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบภายใน... ชีวิตนี้กรูจะหนีบัญชีพ้นมั้ยเนี่ย?? >_<

      • เริ่มจากเรียนดับ "Eric" อาจารย์ชาวสก็อตแลนด์ และ "Mark" อาจารย์ออสเตรเลียน... ได้ศัพท์แปลกๆ หลายคำอยู่ เรียนไปทั้งหมดสามชั่วโมง... ก็โอเคนะ พอใจระดับนึง แต่เพราะว่าเพิ่งเริ่ม เลยยังไม่ชินด้วยมั้ง แต่ในห้อง เหมือนว่าเราจะพูดเยอะสุดเลย จริงๆ ก็เตรียมมาแล้วล่ะว่าต้องเป็นงี้ เพราะเพื่อนๆ อาจจะต้องการเวลาหน่อยนึง ส่วนเรา เป็นพวก "เนียน" ไปได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว ... ฮ่าา

      • สำหรับการเรียนแบบนี้ สำหรับเราแล้วดีนะ เพราะว่าเราต้องพูดเลย ไม่มีเวลาให้คิดเท่าไหร่ แม้ว่าวันนี้ยังใช้อยู่บ้าง แต่ก็คงต้องปรับให้อัตโนมัติมากกว่านี้ ส่วนเรื่องศัพท์ก็คงอาศัยเก็บๆ จำๆ เอาจากที่เค้าพูด แล้วก็พยายามปรับ แต่ว่า...อาทิตย์ละครั้ง กับความจำของเรานี่ ไม่รู้มันจะไปด้วยกันได้หรือเปล่านะ

      • อาทิตย์หน้าวางแผนจะไปเที่ยวกับพวกคุณเอก เลยกะว่าคงโดด... สามชั่วโมง 675 บาท... ไม่น้อยเลยนะนั่น แล้วเรียนกับมาร์คด้วย ... คนนี้คุยสนุกกว่า และเราฟังเค้ารู้เรื่องมากกว่า... ที่ทึ่งมากกกกกก คือเค้าเป็นคนต่างชาติที่พูดไทยได้ "ชัดมาก" จากที่ถามเห็นว่าเพิ่งเรียนมา 4 ปี... โอ้..พระเจ้าช่วยกล้วยทอด...เราเรียนอังกฤษมาตั้งแต่อนุบาล มันยังไม่มีอะไรดีขึ้นเลย... สาธุ ไม่ขอมาก ขอเก่งอังกฤษเท่าที่เค้าเก่งไทยก็พอ ... เหอๆ

      • เลิกเรียน แวะหาแนน แล้วไปสยามซื้อสูทกัน เพราะ PwC โทรมาเรียกธีเพิ่ม คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนสละสิทธิ์ PwC เยอะด้วยแหละ ก็อย่างวันที่นัทไปเหลือแค่ 24 คนเอง... แล้วก็เดินดูรองเท้าต่อ พอได้เดินชอปปิ้งกับธี รู้ตัวเลยว่าเราไม่เหมาะกับการเดินอย่างนี้กับธีมากๆ เพราะคนละเรื่องเลย... อาจเป็นเพราะเรานิสัยไม่เหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปเท่าไหร่มั้ง เพราะเห็นเพื่อนๆ เค้าไม่รู้สึกอะไร ส่วนเราจะออก...จะเลือกอะไรมากมาย...ใส่ได้ก็ใส่ไปเหอะ... ซึ่งอาจจะคิดเหมือนผู้ชายบางคนด้วยซ้ำ >.< แหะ... ก็อย่างนี้แหละเราอ่ะ ไอ้ที่เราจะเดินเลือกได้นานๆ ก็คงไม่พ้นการตะลอนแถวอุปกรณ์เทคโนโลยีทั้งหลาย ... ไม่ใช่คอมพ์อย่างเดียวนะ รวมไปถึง ทีวี ตู้เย็น วิทยุ มือถือ เครื่องเล่นเพลง ซีดี ดีวีดี ฯลฯ ที่มันเป็นเทคโนโลยี อีกอย่างก็คือหนังสือ ... เฮ้อ...แล้วอย่างนี้จะเปลี่ยนตัวเองได้มั้ยล่ะนี่...

      • พอซื้อของได้เรียบร้อยก็กลับบ้าน แวะ "ครอบครัวเที่ยงธรรม" ได้มาหกเรื่อง... คืนภายในวันจันทร์ ... คาดว่าคงนอนดึกกันยาวแน่ๆ... เพราะจะเก็บให้หมด คราวก่อนนอกจากคืนช้ากว่ากำหนด โดนปรับอานแล้ว ดันดูไม่หมดอีกตะหาก ... หงุดหงิด ... จ่ายตังค์ฟรี

      • กลับบ้าน ทานข้าว แล้วก็แวะไปช่วยแม่ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรนักหรอก...ก็คนมันไม่ชอบนี่นา... พอขึ้นห้อง โดนแม่เทศน์ไปยกนึง เล่นเอาอารมณ์เซ็งกระฉูด... แค่ไม่ชอบที่เราต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำ แม้ว่าเรา "ควรจะ" ทำก็เหอะ... จริงๆ เราว่าความคิดเราค่อนข้างไปทางพวกฝรั่งพอสมควรนะเนี่ย โดยเฉพาะมุมมองเรื่องครอบครัว เราว่าถ้าเราไปอยู่ในอเมริกาที่เค้าต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเอง ออกมาอยู่เอง เราคงอยู่ได้อย่างมีความสุขมากกว่านี้... ไม่ได้หมายความว่าเราไม่อยากดูแลครอบครัวนะ แต่เราชอบที่จะรับผิดชอบตัวเองมากกว่า เรารู้ตัวอยู่ว่าเรายังมีความรับผิดชอบไม่พอที่จะไปดูแล หรือสนใจคนอื่นในเรื่องใหญ่ๆ อย่างนี้ ... แค่แผนในหัวตัวเองยังไม่มีปัญญาทำเลย ... แต่ยืนยันว่าถ้าได้อยู่คนเดียวจริงๆ ... แผนนี้...ไม่ยากสำหรับเราหรอก...

      • อาจจะดูใจร้ายไปหน่อยที่คิดอย่างนี้... แต่คิดอย่างนี้จริงๆ... สำหรับเราเราว่าเราก็ไม่ได้ทำอะไรขัดกับสังคม หรือความรู้สึกคนอื่นๆ จนเค้ารับไม่ได้ขนาดนั้น เราแค่เป็นตัวของตัวเอง ไม่ได้ไหลไปตามใคร ... โอเคแหละ ยอมรับว่าบางทีก็ดูไม่ดี แต่ว่า...เราก็พยายามหยุดทันทีที่เรารู้สึกตัว... นั่นกับคนที่เรารู้จัก แต่กับที่นี่...เราแค่นึกว่าเราเป็นตัวของตัวเองได้ 100% ... ใครจะไปรู้ว่าบางทีเราอาจต้องแสดงละครมากกว่าที่อื่นซะอีก แต่ก็เหอะนะ...การฝืนเป็นอะไรที่ไม่อยากมันก็ไม่ง่ายเลยนะ แค่อยากให้เข้าใจว่าอย่าเอาเราไปเทียบกับตัวเอง เพราะต่างกัน...ต่างกันสุดขั้วเลย ... แบบขั้วโลกเหนือ-ขั้วโลกใต้เลยอ่ะ... และอาจต่างมากกว่านี้ได้ ถ้าเรานึกตัวเปรียบได้ดีกว่านี้

      • ดู "นานะ" จบแล้ว... มิน่าล่ะ หลายๆ คนถึงชอบจังเลย เราก็อีกคน ที่เราชอบเรื่องนี้ทั้งๆ ที่มาจากการ์ตูน ซึ่งต่างกับ "เดธโน้ต" เพราะว่าเราอ่านนานะไม่จบนั่นเอง -___-" เพราะยาวเหลือเกิน...แต่ละเล่มก็ห่างซะ... เลยขี้เกียจตาม แต่พอดูแล้วก็คุ้นๆ อยู่ว่าเคยอ่าน

      • หลังจากดูจบ...คิดได้อย่างเดียวเลยว่า...อยากมีเพื่อนอย่างนี้... แต่ก่อนอื่น เราคงต้องเปิดให้มากกว่านี้ จากตอนนี้ หลังจากเรื่องที่ผ่านมา แม้จะนานมาแล้ว เรารู้สึกว่าเราไม่ยอมให้ใครเข้ามาเกินกว่าเขตที่เรากำหนดเลย ไม่เลยซักคน เลยทำให้ยากที่จะมีคนอย่าง "นานะ" (เราคิดเอาว่าเค้าสองคนรักกันมาก... เป็นเพื่อนแท้เลยทีเดียว) และยากเช่นกันที่เราจะเป็น "นานะ" สำหรับใคร...

      • บางทีเพื่อนอาจจะไม่ใช่คนคอยช่วยเหลือเราไปซะทุกเรื่อง แต่สำหรับเรา เพื่อนของเราคือคนที่ช่วยเหลือเราในด้านจิตใจได้ดีที่สุด ทั้งๆ ที่บางทีไม่จำเป็นต้องเล่าอะไรให้เพื่อนฟัง แค่มันโทรมาเราก็หายบ้าแล้ว... สงสัยจัง...ว่าตอนนี้มันไปอยู่ที่ไหนนะ?

      • โทรไปหา "เค้า" อีกแล้ว ไม่รับอีกตามเคย โทรสองครั้งเหมือนปกติ ห่างกันประมาณครึ่งชั่วโมงเหมือนปกติ โทรเวลาปกติ ... เฮ้อ...เอาล่ะ...ถ้าพรุ่งนี้ยังไม่ได้บอกตามสคริปต์ที่เพื่อนเขียนมาให้นะ จะหยุดละ จะบอกตัวเองให้หยุด เพราะการที่เราจมลึกลงไปทั้งๆ ที่ยังไม่รู้จักความรู้สึกตัวเองดี...รวมถึงไม่รู้จักเค้าดี...อาจจะทำให้แย่กว่าการที่รีบถอยออกมาตอนนี้ (ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ อาจถอยออกมาตั้งแต่ปีก่อนแล้ว) แม้ว่าเพื่อนจะบอกให้สู้ต่อไป...แต่ถ้าการทำตามใจที่เราอยากทำ ไปทำให้คนอื่นรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก็คงไม่อยากทำ ได้แต่หวังว่าเราคงหยุดได้อย่างที่คิด

      • พรุ่งนี้ต้องไปทำอะไรน่าเบื่อๆ แต่เช้า... แต่โชคดี คืนนี้มีหนังน่ารักๆ ดู พรุ่งนี้คงตื่นมาอารมณ์ดี และหวังว่าจะเจอแต่สิ่งดีๆ ไปทั้งวัน...

      • หลับฝันดีนะคะ "Candyman" ... (-_-)zzZz

    December 02

    Almost Love

    วันนี้อารมณ์ยังคงต่อเนื่องจากเมื่อวาน

      • เมื่อวานโทรไปหา "คุณ" ... ยังอยู่ระยองอยู่เลย แต่ไม่ได้คุยมาก เพราะเห็นว่าต้องโทรไปหาน้องรหัส (อีกแล้ว -_-") อยากคุยด้วยง่า...T^T คิดถึงๆ (>.<) ที่จริงโทรไปครั้งแรก ไม่รับ เลยโทรอีกทีหลังอาบน้ำเสร็จ แต่ว่าเค้าบอกว่าไม่มีสัญญาณ เราเลยโทรซ้ำจนติด พอติดครั้งแรกก็ไม่ได้ยินเสียง (จริงๆ ได้ยินแต่แบบ..ฟังไม่รู้เรื่อง) ก็เลยโทรไปใหม่... แค่ได้ทักทายเฉยๆ แล้วก็วางไป ... คือไม่รู้ว่าเค้าจะไม่พอใจอะไรป่าวนะ เพราะเห็นทำเสียงแข็งๆ แล้วถ้าได้ข้อความจะทรูที่แจ้งว่ามีคนโทรมา เค้าอาจจะไม่พอใจยิ่งขึ้น ประมาณว่าจะอะไรนักหนา... คือ อยากบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ... ขอโทษทีถ้าทำอะไรให้ไม่พอใจ...

      • วันนี้ก็โทรไปอีกที...ทีเดียวน่ะ...แต่ไม่รับ เลย msg ไปแทนให้หลับฝันดี ... ก็ตั้งใจโทรไปแค่นี้แหละ เพราะคิดว่าเดินทางกลับมาใหม่ๆ คงเหนื่อยน่าดู ไม่อยากรบกวนเหมือนกัน... ว่าแต่... พรุ่งนี้จะได้คุยมั้ยน้อ??




      • วันนี้ไปดูหนังเรื่อง "Almost Love" มา...สุดที่รักยัยมลอีกแล้ว "ควอนซังวู" เราว่าอีกหน่อยเราจำอีตานี่แม่นแน่ๆ เลย...จากเดิมดาราเกาหลีทั้งหมดที่จำได้ทั้งชื่อและหน้ามีแค่อีตา "Rain" คนเดียว -____-" (คงเชยเป็นบ้าเลยเนอะ) เนื้อเรื่องเฉยๆ ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยที่เราเข้าลิโดแล้วเสียดายตังค์ จริงๆ เรื่องนี้กะว่าถ้าจะดูก็มาดูกะ "มล" นี่ล่ะ แต่เมื่อวานดันลืม วันนี้ว่างไม่ตรงกัน เลยไม่ได้ดู แล้วบังเอิญต้องมาสยาม (มาช้ากว่าธนาคารปิดไปสามนาที -___-") ก็เลยแกร่วรอต่ออีกหน่อย รอรับ "น้องอุ่ย" ด้วย... สำหรับเรื่องนี้ก็ดีนะในระดับนึง แต่ว่าเราก็เสียดายเงินอยู่ดี เพราะไม่ถึงระดับที่เราชอบ องค์ประกอบหลายๆ อย่างมันไม่มีอะไรเด่นเหมือนบางเรื่อง จะว่าวิวสวย...ก็ไม่... Village Album ยังสวยกว่าเยอะ ... การแสดงก็งั้นๆ โดยเฉพาะตัวหลักทั้งหลาย พระเอกดูจะดีที่สุดแล้ว คนอื่นๆ ยังแข็งๆ อยู่เลย (แต่ว่าเพื่อนพระเอกน่ารักมากค่ะ ^^) โดยเฉพาะนางเอกที่เราไม่ประทับใจในการแสดงมาตั้งแต่เรื่อง "My Tutor Friend" แล้ว สำหรับควอนซังวู เราคงชินกับแนวเศร้าๆ ของเขามากกว่า เรารู้สึกว่าเค้าถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีกว่าหนังแนวนี้ (แม้ว่าบางฉากที่ต้องเศร้าเค้าก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง แต่ฉากทะเล้นๆ ไม่ค่อยเข้าอ่ะ...จริงๆ เค้าแสดงดีนะ แต่ว่าเรายังติดกับภาพที่เราชินอยู่มากกว่า...ยิ่งเพิ่งดู "Stairway to Heaven" จบด้วย)

      • เซ็งกับธนาคารทั้งสองไม่พอ (รวมนครหลวงไทยด้วย...เพราะแกแหละทำให้ชั้นมาสยามไม่ทัน >,<) เซ็งกับหนังอีก แล้วยังเซ็งน้องตัวเองอีก ... ไม่เรียนก็ไม่โทรมาบอก นั่งหิ้วท้องรอจนทุ่มนิดๆ ดีนะนี่ที่แอบคิดว่าคนน้อยแล้ว ทำไมไม่มีพ่อแม่เด็กรอแล้ว แม้จะเพิ่งประมาณทุ่มห้านาทีก็ตาม... แต่เรารอตั้งแต่หกโมงแล้วนา... แล้วกินข้าวไปมื้อเดียวเองด้วย... ขากลับเลยซื้อ อานตี้แอนส์ มากะไปกินที่บ้าน เพราะแม่คงไม่ได้เตรียมข้าวไว้ เพราะคิดว่าเราจะมากินกับน้อง

      • มีเรื่องดีหน่อย "คุณเอก" โทรมาเล่าเรื่องนำเสนอรายงานวิชาสัมมนาให้ฟัง ... ดีใจด้วยนะจ๊ะ ... ^^ ... จากนั้นก็ขึ้น 141 โชคดีอีกเหมือนกันที่ไม่ได้รอนาน (หลังจากวางสายไปแล้ว) ก์กินไปเรื่อย แล้วก็มาเซงที่ซินนามอน...วันนี้ไม่อร่อยเลย -_-"

      • เผลอหลับไปด้วย หลับลึกด้วยล่ะ แสดงว่าช่วงนี้เราต้องการนอนมากๆ จริงๆ ... แต่ปัญหาคือไม่อยากนอนนี่ดิ TT^TT ตื่นมาพอดีป้ายเป๊ะ... เพราะถ้าเลยไปนี่คงเซ็งหนักเข้าไปใหญ่... ถึงบ้าน ยังไม่มีใครกลับมา เลยต้องลงไปเปิดประตูอีกรอบ...แล้วก็ต้องกินราดหน้าอีกจาน เพราะแม่เอามาให้ ... แล้วอย่างนี้จะลดมั้ยล่ะ น้ำหนักน่ะ... เฮ้อ... อยากไปอยู่คนเดียวซักเดือน ... รับรอง เหมือนตอนอยู่หอแน่ๆ -_-"

      • ช่วงนี้ได้ดูหนังเยอะ เพราะไม่มีอะไรทำ...แหะๆ... เลยนึกขึ้นได้ว่าเราไม่รู้จักดาราต่างประเทศซักเท่าไหร่เลย... คือรู้แต่หน้าตา แล้วก็รู้ว่าเคยเล่นเรื่องอะไร (ซึ่งก็ดันจำชื่อเรื่องไม่ได้อีก) เลยคิดว่าต้องหัดจำหน่อยแล้ว เพราะรู้สึกดาราหลายๆ คนนี่ แทบจะการันตีคุณภาพหนังได้เลย เพราะเค้าคัดบทเค้ามาแล้ว...

      • หนังที่อยู่ในโปรแกรมอยากดูตอนนี้ก็มีเรื่อง Dejavu, My Holiday (ชื่อเรื่องผิดขออภัย เพราะว่าจำไม่ค่อยได้), The Prestige (อันนี้รอดีวีดี), HP ทั้งสองภาค, ฯลฯ ที่นึกออกแต่โปสเตอร์ แต่ดันจำชื่อเรื่องไม่ได้ (กรูล่ะเบื่อความจำตัวเองจริงๆ... เหอๆ)... ใครสนใจอยากมีเพื่อนดูหนังติดต่อได้ ส่วนถ้าอยากเลี้ยงหนังก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง... แหะๆ

      • พรุ่งนี้เรื่มเรียนภาษาอังกฤษวันแรก... หวังว่าคงไปได้ด้วยดี ไม่เจอเรื่องที่ไม่อยากเจอนะ... >.< ... ไปละดีกว่า

      • หลับฝันดีนะคะ "Candyman".. ^^